หมอมิ้นท์TCM
วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557
กลุ่มเสี่ยงมะเร็งเต้านม
เรียนรู้และ เข้าใจถึงสาเหตุและป้องกัน การเกิดมะเร็งเต้านม
พอดีไปเจอ บทความ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมที่เข้าใจง่าย แปลและ แบ่งปันให้ทุกคน รู้และ ป้องกัน สาเหตุและ กลุ่มเสี่ยงมะเร็งเต้านมกันคะ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=663766463686607&set=pcb.663766517019935&type=1&theater
มิ้นท์
Cr. 医学美图
วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557
กดจุดหยุดปวด ประจำเดือน
กดจุดหยุดปวด ประจำเดือน
ปวดประจำเดือนเป็นปัญหาของสาวๆทั้งหลาย อยู่เมืองไทยห้ามหรือลด น้ำเย็น ในช่วงมีประจำเดือนเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ดังนั้นวันนี้ มิ้นท์ขอเสนอ กดจุดหยุดปวดประจำเดือนคะ
1. จุดไท่ชง อยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่โป้ง และ นิ้วชี้ ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้าย กดจุดหมุนวน ที่จุดนี้ของเท้าขวา และนิ้วหัวแม่มือขวาที่ไท่ช่งเท้าซ้าย จุดไท่ชงนี้ นอกจากสามารถช่วยลดอาการปวดจากการมีประจำเดือนได้แล้ว สามารถช่วยลดอาการปวดของผู้หญิงอื่นๆได้อีกนะคะ
2. จุดสานอินเจียว อยู่ที่กึ่งกลางขาด้านใน นับจากตาตุ่มด้านในสูงขึ้น สี่นิ้วมือ ใช้นิ้วก้อยของมือขวาทาบที่ตาตุ่มด้านในซ้าย วางทั้งสี่นิ้วลง จุดสานอินเจียว จะอยู่ที่จุดกึ่งกลางของความสูงเดียวกับนิ้วชี้ที่วางทาบลงมา จุดสานอินเจียวเป็นจุดที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับอวัยวะ ตับ ม้าม และไต สามารถช่วยเรื่องปัญหาประจำเดือนต่างๆของสตรีได้ ทั้งยังสามารถ ช่วยลดอาการปวดของสตรีได้ดี
3. เซยวฮ่าย จุดนี้จะอยู่ที่ขาอ่อนด้านใน งอเข่าใช้มือขวาทาบที่หัวเข่าซ้าย โดยนิ้วหัวแม่มือชี้ออก จุดที่หัวแม่มือชี้ข้างหัวเข่าด้านในจะพบจุดที่บุ๋มลงไป ส่วนบนของจุดนี้จะมีกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นมา กล้ามเนื้อที่นูนนี้คือจุด เซยวฮายเป็นจุดที่ช่วยระบายและบำรุงเลือด ช่วยหยุดและระงับอาการปวดประจำเดือนได้
วิธีนวดกดจุด ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดหมุนวนช้าๆ ของจุดข้างขวา ให้มีความรู้สึก ตึงๆเจ็บนิดๆ ทำแบบนี้ประมาณ 1นาทีจากนั้น เปลี่ยนข้าง ทำอีกครั้ง
สามารถ กดจุดก่อนประจำเดือนมา 5-7วัน จนประจำเดือนหมด การกดจุดนี้เพื่อช่วยระบายให้เลือดประจำเดือนไหลเวียนได้สะดวก ลดอาการปวดจากการมีประจำเดือน
ลองกดจุด ดูนะคะ อาจจะมีประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อย
ปวดประจำเดือนเป็นปัญหาของสาวๆทั้งหลาย อยู่เมืองไทยห้ามหรือลด น้ำเย็น ในช่วงมีประจำเดือนเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ดังนั้นวันนี้ มิ้นท์ขอเสนอ กดจุดหยุดปวดประจำเดือนคะ
1. จุดไท่ชง อยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่โป้ง และ นิ้วชี้ ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้าย กดจุดหมุนวน ที่จุดนี้ของเท้าขวา และนิ้วหัวแม่มือขวาที่ไท่ช่งเท้าซ้าย จุดไท่ชงนี้ นอกจากสามารถช่วยลดอาการปวดจากการมีประจำเดือนได้แล้ว สามารถช่วยลดอาการปวดของผู้หญิงอื่นๆได้อีกนะคะ
2. จุดสานอินเจียว อยู่ที่กึ่งกลางขาด้านใน นับจากตาตุ่มด้านในสูงขึ้น สี่นิ้วมือ ใช้นิ้วก้อยของมือขวาทาบที่ตาตุ่มด้านในซ้าย วางทั้งสี่นิ้วลง จุดสานอินเจียว จะอยู่ที่จุดกึ่งกลางของความสูงเดียวกับนิ้วชี้ที่วางทาบลงมา จุดสานอินเจียวเป็นจุดที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับอวัยวะ ตับ ม้าม และไต สามารถช่วยเรื่องปัญหาประจำเดือนต่างๆของสตรีได้ ทั้งยังสามารถ ช่วยลดอาการปวดของสตรีได้ดี
3. เซยวฮ่าย จุดนี้จะอยู่ที่ขาอ่อนด้านใน งอเข่าใช้มือขวาทาบที่หัวเข่าซ้าย โดยนิ้วหัวแม่มือชี้ออก จุดที่หัวแม่มือชี้ข้างหัวเข่าด้านในจะพบจุดที่บุ๋มลงไป ส่วนบนของจุดนี้จะมีกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นมา กล้ามเนื้อที่นูนนี้คือจุด เซยวฮายเป็นจุดที่ช่วยระบายและบำรุงเลือด ช่วยหยุดและระงับอาการปวดประจำเดือนได้
วิธีนวดกดจุด ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดหมุนวนช้าๆ ของจุดข้างขวา ให้มีความรู้สึก ตึงๆเจ็บนิดๆ ทำแบบนี้ประมาณ 1นาทีจากนั้น เปลี่ยนข้าง ทำอีกครั้ง
สามารถ กดจุดก่อนประจำเดือนมา 5-7วัน จนประจำเดือนหมด การกดจุดนี้เพื่อช่วยระบายให้เลือดประจำเดือนไหลเวียนได้สะดวก ลดอาการปวดจากการมีประจำเดือน
ลองกดจุด ดูนะคะ อาจจะมีประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อย
จากเรื่อง สามีตีตรา สายน้ำผึ้ง
ดังมากเลย คะ
** สายน้ำผึ้งที่ว่าหวาน ไม่มีพิษมีภัยในสายตาคนอื่น แต่ความจริงแล้วเธอน่ากลัวจังเลยคะ
**อย่าง รังผึ้ง นั้น หวาน หอม มีประโยชน์ ที่ประเทศไทยมีเยอะ
แต่ จะรู้ได้อย่างไร ว่าแท้จริงแล้วรังผึ้งมี พิษ ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ และ เราจะทานเพื่อ อะไรและ ทำไม
**ทางแพทย์แผนจีน ได้กล่าว ไว้
“รังผึ้ง” มี รส หวาน ฤทธิ์ กลาง มีฤทธิ์โดยตรง กับ กระเพาะอาหาร ตับ และ ปอด
**สรรพคุณ ช่วยขับ ลม ฆ่าเชื้อ หยุดอาการปวด มีพิษ
**ใช้รักษา แก้อาการอักเสบ อาการปวดฟัน แผลเป็นหนอง เต้านมอักเสบ ผิวหนังอักเสบ ร่างกายที่เป็นภูมิแพ้ง่าย ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย ไอแห้งๆ หลอดลมอักเสบเป็นต้น
**รับประทานครั้งละ 3-5 กรัม ก็เพียงพอแล้วคะ
**ระวังในผู้ป่วยโรคไต โรคเบาหวาน และ ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
**ห้ามใช้ในผู้ป่วย ที่ทีร่างกายอ่อนแอมากๆ
“น้ำผึ้ง”
มีรส หวาน ฤทธิ์ กลาง มีฤทธิ์เฉพาะ ปอด ม้าม ลำไส้ใหญ่
สรรพคุณ บำรุงอวัยวะส่วนกลาง ให้ความชุ่มชื่น หยุดอาการปวด และ สามรถขับพิษได้
ใช้รักษา กระเพาะอ่อนแอ ปวดกระเพาะ อาการไอแห้งๆ หอบหืด ท้องผูก เป็นต้น
**ใช้ได้สำหรับผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอมากๆ ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องหอบหืด ท้องผูก เป็นต้น แต่ควรระวัง ในผู้ป่วยเบาหวาน และ ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องระดับน้ำตาลในเส้นเลือดสูงนะคะ
**น้ำผึ้งที่ว่าหวาน หอม ชวนลิ้มลอง ก็มีประโยชน์ ไม่มากก็น้อย ถ้าใช้ ผิดส่วน ผิด วิธีก็มีโทษนะคะ
ระวังตัวไว้นะคะคุณกะรัต ฮี่ๆ
โรคเก๊าท์ Gout และ เตือนภัย แพทย์จีน2
*โรคเก๊าท์ Gout และ เตือนภัย แพทย์จีน2
**เมื่อวันก่อนคะ มี ผู้ป่วย โรค เก๊าท์ มารักษา กับมิ้นท์คะ บอกว่า
**คนไข้: เมื่อก่อนเคยรับประทานยาจีนเป็นผงละลายน้ำดื่ม หนึ่งกระปุก เก๊าท์ หายเลยหมอ
**มิ้นท์: จริงเหรอ คะ แล้วทำไมไม่รับประทานยากับหมอคนนั้นต่อคะ
**คนไข้: หมอเค้ากลับเมืองจีนไปแล้ว
**มิ้นท์: เอ๋
**คนไข้: จริงนะ หมอ กินยาเค้าหนึ่งกระปุก เค้าบอกว่า กินยานี้ปุ๊บ เก๊าท์หาย อยากจะกินอะไรก็กินได้เลย เครื่องใน สัตว์ปีก เป็ด ไก่ กินได้หมด
**มิ้นท์: แล้ว พี่กินแล้วเป็นไงบ้างคะ
**คนไข้: ก็ปวดนะหมอแต่ ไม่บวม
**มิ้นท์: คือ พี่คะ
พี่อาจโดนให้รับประทานยาสมุนไพรจีนที่มี สเตียรอยด์ แล้วคะ
ยาที่เป็นผงละลายน้ำ ข้างในมีอะไรเราก็ไม่สามารถ ทราบได้ นะคะ
**ไม่มี ยารักษาโรคอะไรที่รักษาแล้วหายแค่ชั่วข้ามคืนนะคะ โดยเฉพาะ เก๊าท์ ถ้าวันนี้ คุณหายแล้ว แต่กลับไปกินอาหารที่กระตุ้นให้เป็นอีก เก๊าท์ ก็สามารถ กลับมาเป็นได้อีก 1000 เปอร์เซ็นต์คะ
**เก๊าท์ ในแพทย์แพทย์จีน(痛风)เรียกว่า โรคที่เจ็บปวด จาก ลมภายนอก ดังนั้น หลักในการรักษา ทั่วไปคือ ระบายลมสลายอุดกั้น ขับชื้น บำรุง กระเพาะ และ ลดอักเสบคะ
**เก๊าท์ เมื่อเป็นแล้ว ทรมาน นะคะ เมื่อ อากาศเปลี่ยน อากาศเย็น ฝนตก สามารถ กลับมาเป็นได้อย่างง่ายดาย
**วิธีปฏิบัติตัวง่ายๆ
1. รับประทาน ผัก ผลไม้ที่หวานน้อย เช่น ผักกวางตุ้ง แอปเปิ้ล เป็นต้น
**หลีกเลี่ยง รับประทาน แตงโม ฝัก สาลี่ เป็นต้น เพราะ ผลไม้เหล่านี้มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ยิ่งส่งผลให้ กรด ยูริก เพิ่มสูงขึ้นได้
2. ควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่รับประทานในแต่ละวัน
**หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง เป็นต้น เพราะ น้ำตาลกลูโคสในอาหาร ยิ่งทำให้เร่งการเกิดของกรดยูริก
3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มี Purine สูง มักอยู่ในอาหารจำพวก ถั่วที่มีเปลือกอ่อน ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลั่นเตา ถั่วแระ ถั่วงอก ดอกกะหล่ำ ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง ธัญพืช (ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง) เต้าหู้ มะเขือเทศ แตงกวา เป็นต้น
4. หลีกเลี่ยงเหล้า แอลกอฮอล์ จะทำให้ การขับของเสียและ กรดยูริกในปัสสาวะ แย่ลง ยิ่งกินเหล้าแกล้งเนื้อสัตว์ ยิ่ง กระตุ้น การเกิดเก๊าท์ได้มากขึ้นนะคะ
5. แม้ว่า นมวัว นมผง หรือ ไข่ เป็นอาหารPurine น้อย
**แต่ห้ามรับประทาน โยเกิร์ต นมเปรี้ยว เพราะ จะทำให้ให้ค่าความเป็นกรดสูงขึ้นได้
6. หลีกเลี่ยง อาหารสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด อะไรก็ตามที่จะไปกระตุ้นการอักเสบ
7. ทานน้ำให้เยอะเข้าไว้ จะได้ช่วยขับของเสียได้เร็วขึ้นคะ
**หมอมิ้นท์ แล้ว จะกินอะไรได้ละ คะ/ครับT.T
**มิ้นท์: ทานอาหารที่มี Purine น้อย เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี แครอท ผักกวางตุ้ง ฝักทอง บล็อกโครี่ เห็ดหูหนู ลูกเดือย พริกหวาน เป็นต้น เพิ่ม อาหาร หรือเลือกรับประทานอาหารที่มี วิตามินซีสูง และ พืชผักสีแดงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระไลโคปีนอาจช่วยลดกรดยูริคได้
**โรคเก๊าท์ รักษา ค่อนข้างยาก ต้อง ปรับสมดุล จาก ภายใน เป็นหลัก และ ควบคู่ กับการใช้ ชีวิตประจำวัน
โรคอะไรก็ตามที่เราเคยเป็น ถ้าไม่ระวังตัว วันนี้ หาย พรุ่งนี้ ก็กลับมาเป็นได้ อีกนะคะ
**เพราะว่า เก๊าท์ รัก ตะเองน้า..
Cr.ตาราง ปริมาณพิวรีนในอาหาร
จากเว็ป สำนักโภชนาการ กรมอนามัย
**เมื่อวันก่อนคะ มี ผู้ป่วย โรค เก๊าท์ มารักษา กับมิ้นท์คะ บอกว่า
**คนไข้: เมื่อก่อนเคยรับประทานยาจีนเป็นผงละลายน้ำดื่ม หนึ่งกระปุก เก๊าท์ หายเลยหมอ
**มิ้นท์: จริงเหรอ คะ แล้วทำไมไม่รับประทานยากับหมอคนนั้นต่อคะ
**คนไข้: หมอเค้ากลับเมืองจีนไปแล้ว
**มิ้นท์: เอ๋
**คนไข้: จริงนะ หมอ กินยาเค้าหนึ่งกระปุก เค้าบอกว่า กินยานี้ปุ๊บ เก๊าท์หาย อยากจะกินอะไรก็กินได้เลย เครื่องใน สัตว์ปีก เป็ด ไก่ กินได้หมด
**มิ้นท์: แล้ว พี่กินแล้วเป็นไงบ้างคะ
**คนไข้: ก็ปวดนะหมอแต่ ไม่บวม
**มิ้นท์: คือ พี่คะ
พี่อาจโดนให้รับประทานยาสมุนไพรจีนที่มี สเตียรอยด์ แล้วคะ
ยาที่เป็นผงละลายน้ำ ข้างในมีอะไรเราก็ไม่สามารถ ทราบได้ นะคะ
**ไม่มี ยารักษาโรคอะไรที่รักษาแล้วหายแค่ชั่วข้ามคืนนะคะ โดยเฉพาะ เก๊าท์ ถ้าวันนี้ คุณหายแล้ว แต่กลับไปกินอาหารที่กระตุ้นให้เป็นอีก เก๊าท์ ก็สามารถ กลับมาเป็นได้อีก 1000 เปอร์เซ็นต์คะ
**เก๊าท์ ในแพทย์แพทย์จีน(痛风)เรียกว่า โรคที่เจ็บปวด จาก ลมภายนอก ดังนั้น หลักในการรักษา ทั่วไปคือ ระบายลมสลายอุดกั้น ขับชื้น บำรุง กระเพาะ และ ลดอักเสบคะ
**เก๊าท์ เมื่อเป็นแล้ว ทรมาน นะคะ เมื่อ อากาศเปลี่ยน อากาศเย็น ฝนตก สามารถ กลับมาเป็นได้อย่างง่ายดาย
**วิธีปฏิบัติตัวง่ายๆ
1. รับประทาน ผัก ผลไม้ที่หวานน้อย เช่น ผักกวางตุ้ง แอปเปิ้ล เป็นต้น
**หลีกเลี่ยง รับประทาน แตงโม ฝัก สาลี่ เป็นต้น เพราะ ผลไม้เหล่านี้มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ยิ่งส่งผลให้ กรด ยูริก เพิ่มสูงขึ้นได้
2. ควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่รับประทานในแต่ละวัน
**หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง เป็นต้น เพราะ น้ำตาลกลูโคสในอาหาร ยิ่งทำให้เร่งการเกิดของกรดยูริก
3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มี Purine สูง มักอยู่ในอาหารจำพวก ถั่วที่มีเปลือกอ่อน ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลั่นเตา ถั่วแระ ถั่วงอก ดอกกะหล่ำ ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง ธัญพืช (ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง) เต้าหู้ มะเขือเทศ แตงกวา เป็นต้น
4. หลีกเลี่ยงเหล้า แอลกอฮอล์ จะทำให้ การขับของเสียและ กรดยูริกในปัสสาวะ แย่ลง ยิ่งกินเหล้าแกล้งเนื้อสัตว์ ยิ่ง กระตุ้น การเกิดเก๊าท์ได้มากขึ้นนะคะ
5. แม้ว่า นมวัว นมผง หรือ ไข่ เป็นอาหารPurine น้อย
**แต่ห้ามรับประทาน โยเกิร์ต นมเปรี้ยว เพราะ จะทำให้ให้ค่าความเป็นกรดสูงขึ้นได้
6. หลีกเลี่ยง อาหารสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด อะไรก็ตามที่จะไปกระตุ้นการอักเสบ
7. ทานน้ำให้เยอะเข้าไว้ จะได้ช่วยขับของเสียได้เร็วขึ้นคะ
**หมอมิ้นท์ แล้ว จะกินอะไรได้ละ คะ/ครับT.T
**มิ้นท์: ทานอาหารที่มี Purine น้อย เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี แครอท ผักกวางตุ้ง ฝักทอง บล็อกโครี่ เห็ดหูหนู ลูกเดือย พริกหวาน เป็นต้น เพิ่ม อาหาร หรือเลือกรับประทานอาหารที่มี วิตามินซีสูง และ พืชผักสีแดงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระไลโคปีนอาจช่วยลดกรดยูริคได้
**โรคเก๊าท์ รักษา ค่อนข้างยาก ต้อง ปรับสมดุล จาก ภายใน เป็นหลัก และ ควบคู่ กับการใช้ ชีวิตประจำวัน
โรคอะไรก็ตามที่เราเคยเป็น ถ้าไม่ระวังตัว วันนี้ หาย พรุ่งนี้ ก็กลับมาเป็นได้ อีกนะคะ
**เพราะว่า เก๊าท์ รัก ตะเองน้า..
Cr.ตาราง ปริมาณพิวรีนในอาหาร
จากเว็ป สำนักโภชนาการ กรมอนามัย
คุณกะรัต ถามหมอก้อย เรื่องวันตกไข่
เมื่อวาน คุณกะรัต ถามหมอก้อย เรื่องวันตกไข่ วันตกไข่คือวันไหนกันแน่นะคะ
1. วิธีนับวันตกไข่อย่างง่าย และเบสิกที่สุดคือ เริ่มนับจากวันที่มีประจำเดือนมาวันแรก เป็นวันที่หนึ่ง นับไปสิบสี่วัน วันที่14คือวันที่ตกไข่ คะ
*หมอมิ้นท์ อย่ามาโกหก นับทุกครั้งเลยไม่เห็นจะตั้งครรภ์ :วิธีนี้เหมาะสำหรับ คนที่มีประจำเดือนปกติ มีรอบเดือนทุกๆ 28 วันคะ
*หมอมิ้นท์ หนูก็มา ทุก28 วัน ทำไมไม่ท้อง
:แสดงว่า คุณอาจจะมีการตกไข่ที่ไม่ดี หรือ อาจจะมีปัญหาที่ท่อนำไข่ หรือ ตกไข่ช้าหรือเร็ว ได้ แนะนำ ปรึกษาคุณหมอ เฉพาะทางได้นะคะ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงนะคะ
2. วัดอุณหภูมิ BBT
จะได้กราฟสองชั้น แต่ถ้าไม่ได้ แนะนำ ปรึกษาคุณหมอดีที่สุดคะ จะได้ดำเนินการทีเร็วแล้วเหมาะสมคะ
3. วัดฮอร์โมน LH เป็นชุดตรวจหาวันตกไข่ สามารถหาได้ตามอินเตอร์เน็ต หรือ ร้านขายยาเฉพาะนะคะ จะขึ้นสองขีด เริ่มวัดตั้งแต่ วันที่10 เป็นต้นไปนะคะ
4. วันตกไข่ จะมีมูกใสๆเหนียวๆ คล้ายๆ น้ำมูกคะ ถ้า วัด ฮอร์โมน LH ได้ สองขีดหรือ เป็นช่วง ตกไข่ ลองสังเกตุ ดู หรือลองจิ้มดูที่ช่องคลอด สามารถ พบมูกเหนียว ยืดออกมา
5.ไข่ ที่ตกลงมา มีอายุ แค่1วันเท่านั้นนะคะ แต่อสุจิที่แข็งแรงสามารถอยู่ในมดลูกได้นาน3-4วันเลยทีเดียวคะ
*คุณกะรัตคะ สู้ๆ นะคะ ถ้ายังไม่เข้าใจ สามารถปรึกษามิ้นท์ รับประทานยาจีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้นะคะ ถ้าหมอก้อย ทำIUI IVF หรือ ธรรมชาติ แล้วไม่สำเร็จ
1. วิธีนับวันตกไข่อย่างง่าย และเบสิกที่สุดคือ เริ่มนับจากวันที่มีประจำเดือนมาวันแรก เป็นวันที่หนึ่ง นับไปสิบสี่วัน วันที่14คือวันที่ตกไข่ คะ
*หมอมิ้นท์ อย่ามาโกหก นับทุกครั้งเลยไม่เห็นจะตั้งครรภ์ :วิธีนี้เหมาะสำหรับ คนที่มีประจำเดือนปกติ มีรอบเดือนทุกๆ 28 วันคะ
*หมอมิ้นท์ หนูก็มา ทุก28 วัน ทำไมไม่ท้อง
:แสดงว่า คุณอาจจะมีการตกไข่ที่ไม่ดี หรือ อาจจะมีปัญหาที่ท่อนำไข่ หรือ ตกไข่ช้าหรือเร็ว ได้ แนะนำ ปรึกษาคุณหมอ เฉพาะทางได้นะคะ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงนะคะ
2. วัดอุณหภูมิ BBT
จะได้กราฟสองชั้น แต่ถ้าไม่ได้ แนะนำ ปรึกษาคุณหมอดีที่สุดคะ จะได้ดำเนินการทีเร็วแล้วเหมาะสมคะ
3. วัดฮอร์โมน LH เป็นชุดตรวจหาวันตกไข่ สามารถหาได้ตามอินเตอร์เน็ต หรือ ร้านขายยาเฉพาะนะคะ จะขึ้นสองขีด เริ่มวัดตั้งแต่ วันที่10 เป็นต้นไปนะคะ
4. วันตกไข่ จะมีมูกใสๆเหนียวๆ คล้ายๆ น้ำมูกคะ ถ้า วัด ฮอร์โมน LH ได้ สองขีดหรือ เป็นช่วง ตกไข่ ลองสังเกตุ ดู หรือลองจิ้มดูที่ช่องคลอด สามารถ พบมูกเหนียว ยืดออกมา
5.ไข่ ที่ตกลงมา มีอายุ แค่1วันเท่านั้นนะคะ แต่อสุจิที่แข็งแรงสามารถอยู่ในมดลูกได้นาน3-4วันเลยทีเดียวคะ
*คุณกะรัตคะ สู้ๆ นะคะ ถ้ายังไม่เข้าใจ สามารถปรึกษามิ้นท์ รับประทานยาจีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้นะคะ ถ้าหมอก้อย ทำIUI IVF หรือ ธรรมชาติ แล้วไม่สำเร็จ
จิงหรีด 蟋蟀
** จิงหรีดน้อย และ (ข้าวต้มมัด) ของไทยๆ ที่มีคุณค่า
ไม่ว่าจะแพทย์แผนจีน หรือ แพทย์แผนไทย
**วันนี้ คุณป้าแม่บ้านที่รพ เอาจิงหรีดคั่ว(ไม่แน่ใจในก ารทำให้สุก) มาให้รับประทานคะ
บอกว่า เอามาจากร้อยเอ็ดเลยเด้อ คะ หมอ
ต้องกินตัวเมียนะคะ อร่อย มันมีไข่
**ถ้าวันนี้ใครพบมิ้นท์ จะเห็นจิงหรีดคั่ว นอนเอ้งเม้งอยู่ในจานหลังโต ๊ะทำงาน พร้อมข้าวต้มมัดหุงจากข้าวพ ื้นเมืองร้อยเอ็ดเลยนะคะ
**ป้าคะ รู้บ่ว่า จิงหรีด มี ประโยชน์ในทางการแพทย์แพทย์ จีนด้วยนะคะ
** จิงหรีด ในทางการแพทย์แผนจีน
**มีฤทธิ์ อุ่น รส เผ็ด เค็ม
** มีสรรพคุณใน การขับน้ำและลดบวมได้คะ
** มักจะใช้ในการรักษา อาการ ปัสสาวะไม่สะดวก ปัสสาวะขัด หรือ บวมน้ำ เป็นต้น
**蟋蟀 (xi shuai) cricket จิงหรีด
*มีกรดอะมิโน จำเป็น Arginine Guanidine เป็นกรดอะมิโนที่สำคัญในร่า งกาย มีบทบาทในการช่วยส่งเสริมระ บบ หัวใจเเละหลอดเลือด และช่วยในการเจริญเติบโตของ ทารกได้
** มีวิตามินบี12 ที่เคยกล่าวไว้ ในวิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์ คะ
**แต่ก็ควร รับประทาน อย่างระมัดระวัง นะคะ เพราะ เจ้าตัวน้อย ไขมัน เยอะ เลยทีเดียว คะ รับประทานแต่พอดี ก็พอนะคะ
**บางครั้ง แพทย์แผนจีน หรือ แพทย์แผนไทย อยู่ใกล้ๆตัวคุณ บางครั้งมองไม่เห็น บางครั้งมองเห็น แต่ไม่ทราบประโยชน์
ขอเล่า ความรู้เล็กๆ จาก ชีวิต ประจำวันที่มิ้นท์ พบเจอ ขอบคุณ ป้าแม่บ้านที่เอาจิงหรีดมา
**ขอบคุณพี่พยาบาล ที่ชวนรับประทานนะคะ
มิ้นท์ จึงมีบทความ เขียนให้ ทุกคนได้อ่านกันคะ
**ส่วนเรื่องที่รีเควสมา ทั้งจาก หน้าไทม์ไลน์ หรือ ในอินบล๊อก จะ พยายามเขียน และ หาข้อมูลที่ถูกต้องให้ นะคะ บางเรื่อง ค่อนข้างเยอะ ต้องใช้ความละเอียดรอบครอบ บางครั้งมิ้นท์ ใช้ภาษา อาจจะไม่ถูกใจนัก แต่ จะพยายามให้ดีกว่านี้คะ
ขอบคุณทุกๆกำลังใจคะ
ไม่ว่าจะแพทย์แผนจีน หรือ แพทย์แผนไทย
**วันนี้ คุณป้าแม่บ้านที่รพ เอาจิงหรีดคั่ว(ไม่แน่ใจในก
บอกว่า เอามาจากร้อยเอ็ดเลยเด้อ คะ หมอ
ต้องกินตัวเมียนะคะ อร่อย มันมีไข่
**ถ้าวันนี้ใครพบมิ้นท์ จะเห็นจิงหรีดคั่ว นอนเอ้งเม้งอยู่ในจานหลังโต
**ป้าคะ รู้บ่ว่า จิงหรีด มี ประโยชน์ในทางการแพทย์แพทย์
** จิงหรีด ในทางการแพทย์แผนจีน
**มีฤทธิ์ อุ่น รส เผ็ด เค็ม
** มีสรรพคุณใน การขับน้ำและลดบวมได้คะ
** มักจะใช้ในการรักษา อาการ ปัสสาวะไม่สะดวก ปัสสาวะขัด หรือ บวมน้ำ เป็นต้น
**蟋蟀 (xi shuai) cricket จิงหรีด
*มีกรดอะมิโน จำเป็น Arginine Guanidine เป็นกรดอะมิโนที่สำคัญในร่า
** มีวิตามินบี12 ที่เคยกล่าวไว้ ในวิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์
**แต่ก็ควร รับประทาน อย่างระมัดระวัง นะคะ เพราะ เจ้าตัวน้อย ไขมัน เยอะ เลยทีเดียว คะ รับประทานแต่พอดี ก็พอนะคะ
**บางครั้ง แพทย์แผนจีน หรือ แพทย์แผนไทย อยู่ใกล้ๆตัวคุณ บางครั้งมองไม่เห็น บางครั้งมองเห็น แต่ไม่ทราบประโยชน์
ขอเล่า ความรู้เล็กๆ จาก ชีวิต ประจำวันที่มิ้นท์ พบเจอ ขอบคุณ ป้าแม่บ้านที่เอาจิงหรีดมา
**ขอบคุณพี่พยาบาล ที่ชวนรับประทานนะคะ
มิ้นท์ จึงมีบทความ เขียนให้ ทุกคนได้อ่านกันคะ
**ส่วนเรื่องที่รีเควสมา ทั้งจาก หน้าไทม์ไลน์ หรือ ในอินบล๊อก จะ พยายามเขียน และ หาข้อมูลที่ถูกต้องให้ นะคะ บางเรื่อง ค่อนข้างเยอะ ต้องใช้ความละเอียดรอบครอบ บางครั้งมิ้นท์ ใช้ภาษา อาจจะไม่ถูกใจนัก แต่ จะพยายามให้ดีกว่านี้คะ
ขอบคุณทุกๆกำลังใจคะ
จุด หลาวกง ป้องกัน อัลไซเมอร์ ภาคต่อ
จุด หลาวกง ป้องกัน อัลไซเมอร์ ภาคต่อ
**หลังจาก คราวที่แล้ว ที่สอน วิธี ฝึกนิ้วมือ ป้องกันอัลไซเมอร์ ปรากฎว่าได้รับความนิยมจน มีชื่อท่าว่า เป็น คาถาแยกเงา ป้องกันอัลไซเมอร์
**มิ้นท์ จึงรู้สึกสนุก เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆทั่วยุทธภพเพื่อหาจุดง่ายๆ เพิ่ม อีกหนึ่งจุดเพื่อให้แฟนเพจทุกคนนะคะ
**จุดที่ว่านี้คือ จุด หลาวกง
**จุดหลาวกง คือจุดที่อยู่ กึ่งกลางมือ ระหว่างกระดูกฝ่ามือ ข้อที่ 2-3 เอียงไปทางข้อที่3 เล็กน้อยนะคะ
**จุดนี้ เป็นจุดบนเส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ
มักใช้รักษาป้องกัน อัลไซเมอร์ เจ็บหน้าอก ขี้โมโห อารมณ์ร้าย นอนไม่หลับ ฝันเยอะ ตื่นมาแล้วเพลีย หรือ คนที่เป็น อัมพฤกษ์ จะช่วยให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น เป็นต้น
**ทางแพทย์จีน เชื่อว่า สามารถทำให้ เลือดลมไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น หัวใจ สูบฉีดดี ก็จะไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายดี เมื่อร่างกายที่อ่อนเพลีย มีเลือดไปหล่อเลี้ยงได้ดี ความจำ อารมณ์ ก็จะดีตามมา
**วิธีการคือ กดสลับได้ทั้งสองข้าง ข้างละ3 วินาที จะรู้สึก เจ็บๆตึงๆนะคะ ทำ สิบครั้งต่อ หนึ่งเซต วันหนึ่งทำ 1-3 เซต ก็ได้นะคะ
**นอกจาก วิธีการของนินจานารุโตะ แล้ว ลองเพิ่ม ผ่ามือพิฆาตอัลไซเมอร์ เข้าไปด้วยนะคะ
ขอบคุณที่ให้ ความสนใจนะคะ ^.^
**หลังจาก คราวที่แล้ว ที่สอน วิธี ฝึกนิ้วมือ ป้องกันอัลไซเมอร์ ปรากฎว่าได้รับความนิยมจน มีชื่อท่าว่า เป็น คาถาแยกเงา ป้องกันอัลไซเมอร์
**มิ้นท์ จึงรู้สึกสนุก เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆทั่วยุทธภพเพื่อหาจุดง่ายๆ เพิ่ม อีกหนึ่งจุดเพื่อให้แฟนเพจทุกคนนะคะ
**จุดที่ว่านี้คือ จุด หลาวกง
**จุดหลาวกง คือจุดที่อยู่ กึ่งกลางมือ ระหว่างกระดูกฝ่ามือ ข้อที่ 2-3 เอียงไปทางข้อที่3 เล็กน้อยนะคะ
**จุดนี้ เป็นจุดบนเส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ
มักใช้รักษาป้องกัน อัลไซเมอร์ เจ็บหน้าอก ขี้โมโห อารมณ์ร้าย นอนไม่หลับ ฝันเยอะ ตื่นมาแล้วเพลีย หรือ คนที่เป็น อัมพฤกษ์ จะช่วยให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น เป็นต้น
**ทางแพทย์จีน เชื่อว่า สามารถทำให้ เลือดลมไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น หัวใจ สูบฉีดดี ก็จะไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายดี เมื่อร่างกายที่อ่อนเพลีย มีเลือดไปหล่อเลี้ยงได้ดี ความจำ อารมณ์ ก็จะดีตามมา
**วิธีการคือ กดสลับได้ทั้งสองข้าง ข้างละ3 วินาที จะรู้สึก เจ็บๆตึงๆนะคะ ทำ สิบครั้งต่อ หนึ่งเซต วันหนึ่งทำ 1-3 เซต ก็ได้นะคะ
**นอกจาก วิธีการของนินจานารุโตะ แล้ว ลองเพิ่ม ผ่ามือพิฆาตอัลไซเมอร์ เข้าไปด้วยนะคะ
ขอบคุณที่ให้ ความสนใจนะคะ ^.^
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)