วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

กลุ่มเสี่ยงมะเร็งเต้านม


เรียนรู้และ เข้าใจถึงสาเหตุและป้องกัน การเกิดมะเร็งเต้านม
พอดีไปเจอ บทความ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมที่เข้าใจง่าย แปลและ แบ่งปันให้ทุกคน รู้และ ป้องกัน สาเหตุและ กลุ่มเสี่ยงมะเร็งเต้านมกันคะ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=663766463686607&set=pcb.663766517019935&type=1&theater

มิ้นท์
Cr. 医学美图

วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557

กดจุดหยุดปวด ประจำเดือน

กดจุดหยุดปวด ประจำเดือน
ปวดประจำเดือนเป็นปัญหาของสาวๆทั้งหลาย อยู่เมืองไทยห้ามหรือลด น้ำเย็น ในช่วงมีประจำเดือนเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ดังนั้นวันนี้ มิ้นท์ขอเสนอ กดจุดหยุดปวดประจำเดือนคะ
1. จุดไท่ชง อยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่โป้ง และ นิ้วชี้ ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้าย กดจุดหมุนวน ที่จุดนี้ของเท้าขวา และนิ้วหัวแม่มือขวาที่ไท่ช่งเท้าซ้าย จุดไท่ชงนี้ นอกจากสามารถช่วยลดอาการปวดจากการมีประจำเดือนได้แล้ว สามารถช่วยลดอาการปวดของผู้หญิงอื่นๆได้อีกนะคะ
2. จุดสานอินเจียว อยู่ที่กึ่งกลางขาด้านใน นับจากตาตุ่มด้านในสูงขึ้น สี่นิ้วมือ ใช้นิ้วก้อยของมือขวาทาบที่ตาตุ่มด้านในซ้าย วางทั้งสี่นิ้วลง จุดสานอินเจียว จะอยู่ที่จุดกึ่งกลางของความสูงเดียวกับนิ้วชี้ที่วางทาบลงมา จุดสานอินเจียวเป็นจุดที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับอวัยวะ ตับ ม้าม และไต สามารถช่วยเรื่องปัญหาประจำเดือนต่างๆของสตรีได้ ทั้งยังสามารถ ช่วยลดอาการปวดของสตรีได้ดี
3. เซยวฮ่าย จุดนี้จะอยู่ที่ขาอ่อนด้านใน งอเข่าใช้มือขวาทาบที่หัวเข่าซ้าย โดยนิ้วหัวแม่มือชี้ออก จุดที่หัวแม่มือชี้ข้างหัวเข่าด้านในจะพบจุดที่บุ๋มลงไป ส่วนบนของจุดนี้จะมีกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นมา กล้ามเนื้อที่นูนนี้คือจุด เซยวฮายเป็นจุดที่ช่วยระบายและบำรุงเลือด ช่วยหยุดและระงับอาการปวดประจำเดือนได้
วิธีนวดกดจุด ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดหมุนวนช้าๆ ของจุดข้างขวา ให้มีความรู้สึก ตึงๆเจ็บนิดๆ ทำแบบนี้ประมาณ 1นาทีจากนั้น เปลี่ยนข้าง ทำอีกครั้ง  
สามารถ กดจุดก่อนประจำเดือนมา 5-7วัน จนประจำเดือนหมด การกดจุดนี้เพื่อช่วยระบายให้เลือดประจำเดือนไหลเวียนได้สะดวก ลดอาการปวดจากการมีประจำเดือน
ลองกดจุด ดูนะคะ อาจจะมีประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อย



จากเรื่อง สามีตีตรา สายน้ำผึ้ง


ดังมากเลย คะ
** สายน้ำผึ้งที่ว่าหวาน ไม่มีพิษมีภัยในสายตาคนอื่น แต่ความจริงแล้วเธอน่ากลัวจังเลยคะ
**อย่าง รังผึ้ง นั้น หวาน หอม มีประโยชน์ ที่ประเทศไทยมีเยอะ
แต่ จะรู้ได้อย่างไร ว่าแท้จริงแล้วรังผึ้งมี พิษ ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ และ เราจะทานเพื่อ อะไรและ ทำไม
**ทางแพทย์แผนจีน ได้กล่าว ไว้
“รังผึ้ง” มี รส หวาน ฤทธิ์ กลาง มีฤทธิ์โดยตรง กับ กระเพาะอาหาร ตับ และ ปอด
**สรรพคุณ ช่วยขับ ลม ฆ่าเชื้อ หยุดอาการปวด มีพิษ
**ใช้รักษา แก้อาการอักเสบ อาการปวดฟัน แผลเป็นหนอง เต้านมอักเสบ ผิวหนังอักเสบ ร่างกายที่เป็นภูมิแพ้ง่าย ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย ไอแห้งๆ หลอดลมอักเสบเป็นต้น
**รับประทานครั้งละ 3-5 กรัม ก็เพียงพอแล้วคะ
**ระวังในผู้ป่วยโรคไต โรคเบาหวาน และ ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
**ห้ามใช้ในผู้ป่วย ที่ทีร่างกายอ่อนแอมากๆ
“น้ำผึ้ง”
มีรส หวาน ฤทธิ์ กลาง มีฤทธิ์เฉพาะ ปอด ม้าม ลำไส้ใหญ่
สรรพคุณ บำรุงอวัยวะส่วนกลาง ให้ความชุ่มชื่น หยุดอาการปวด และ สามรถขับพิษได้
ใช้รักษา กระเพาะอ่อนแอ ปวดกระเพาะ อาการไอแห้งๆ หอบหืด ท้องผูก เป็นต้น
**ใช้ได้สำหรับผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอมากๆ ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องหอบหืด ท้องผูก เป็นต้น แต่ควรระวัง ในผู้ป่วยเบาหวาน และ ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องระดับน้ำตาลในเส้นเลือดสูงนะคะ
**น้ำผึ้งที่ว่าหวาน หอม ชวนลิ้มลอง ก็มีประโยชน์ ไม่มากก็น้อย ถ้าใช้ ผิดส่วน ผิด วิธีก็มีโทษนะคะ

ระวังตัวไว้นะคะคุณกะรัต ฮี่ๆ



โรคเก๊าท์ Gout และ เตือนภัย แพทย์จีน2

*โรคเก๊าท์ Gout และ เตือนภัย แพทย์จีน2 
**เมื่อวันก่อนคะ มี ผู้ป่วย โรค เก๊าท์ มารักษา กับมิ้นท์คะ บอกว่า
**คนไข้: เมื่อก่อนเคยรับประทานยาจีนเป็นผงละลายน้ำดื่ม หนึ่งกระปุก เก๊าท์ หายเลยหมอ 
**มิ้นท์: จริงเหรอ คะ แล้วทำไมไม่รับประทานยากับหมอคนนั้นต่อคะ
**คนไข้: หมอเค้ากลับเมืองจีนไปแล้ว
**มิ้นท์: เอ๋
**คนไข้: จริงนะ หมอ กินยาเค้าหนึ่งกระปุก เค้าบอกว่า กินยานี้ปุ๊บ เก๊าท์หาย อยากจะกินอะไรก็กินได้เลย เครื่องใน สัตว์ปีก เป็ด ไก่ กินได้หมด
**มิ้นท์: แล้ว พี่กินแล้วเป็นไงบ้างคะ
**คนไข้: ก็ปวดนะหมอแต่ ไม่บวม
**มิ้นท์: คือ พี่คะ
พี่อาจโดนให้รับประทานยาสมุนไพรจีนที่มี สเตียรอยด์ แล้วคะ
ยาที่เป็นผงละลายน้ำ ข้างในมีอะไรเราก็ไม่สามารถ ทราบได้ นะคะ
**ไม่มี ยารักษาโรคอะไรที่รักษาแล้วหายแค่ชั่วข้ามคืนนะคะ โดยเฉพาะ เก๊าท์ ถ้าวันนี้ คุณหายแล้ว แต่กลับไปกินอาหารที่กระตุ้นให้เป็นอีก เก๊าท์ ก็สามารถ กลับมาเป็นได้อีก 1000 เปอร์เซ็นต์คะ
**เก๊าท์ ในแพทย์แพทย์จีน(痛风)เรียกว่า โรคที่เจ็บปวด จาก ลมภายนอก ดังนั้น หลักในการรักษา ทั่วไปคือ ระบายลมสลายอุดกั้น ขับชื้น บำรุง กระเพาะ และ ลดอักเสบคะ
**เก๊าท์ เมื่อเป็นแล้ว ทรมาน นะคะ เมื่อ อากาศเปลี่ยน อากาศเย็น ฝนตก สามารถ กลับมาเป็นได้อย่างง่ายดาย
**วิธีปฏิบัติตัวง่ายๆ
1. รับประทาน ผัก ผลไม้ที่หวานน้อย เช่น ผักกวางตุ้ง แอปเปิ้ล เป็นต้น
**หลีกเลี่ยง รับประทาน แตงโม ฝัก สาลี่ เป็นต้น เพราะ ผลไม้เหล่านี้มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ยิ่งส่งผลให้ กรด ยูริก เพิ่มสูงขึ้นได้
2. ควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่รับประทานในแต่ละวัน
**หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง เป็นต้น เพราะ น้ำตาลกลูโคสในอาหาร ยิ่งทำให้เร่งการเกิดของกรดยูริก
3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มี Purine สูง มักอยู่ในอาหารจำพวก ถั่วที่มีเปลือกอ่อน ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลั่นเตา ถั่วแระ ถั่วงอก ดอกกะหล่ำ ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง ธัญพืช (ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง) เต้าหู้ มะเขือเทศ แตงกวา เป็นต้น
4. หลีกเลี่ยงเหล้า แอลกอฮอล์ จะทำให้ การขับของเสียและ กรดยูริกในปัสสาวะ แย่ลง ยิ่งกินเหล้าแกล้งเนื้อสัตว์ ยิ่ง กระตุ้น การเกิดเก๊าท์ได้มากขึ้นนะคะ
5. แม้ว่า นมวัว นมผง หรือ ไข่ เป็นอาหารPurine น้อย
**แต่ห้ามรับประทาน โยเกิร์ต นมเปรี้ยว เพราะ จะทำให้ให้ค่าความเป็นกรดสูงขึ้นได้
6. หลีกเลี่ยง อาหารสจัด เผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด อะไรก็ตามที่จะไปกระตุ้นการอักเสบ
7. ทานน้ำให้เยอะเข้าไว้ จะได้ช่วยขับของเสียได้เร็วขึ้นคะ
**หมอมิ้นท์ แล้ว จะกินอะไรได้ละ คะ/ครับT.T
**มิ้นท์: ทานอาหารที่มี Purine น้อย เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี แครอท ผักกวางตุ้ง ฝักทอง บล็อกโครี่ เห็ดหูหนู ลูกเดือย พริกหวาน เป็นต้น เพิ่ม อาหาร หรือเลือกรับประทานอาหารที่มี วิตามินซีสูง และ พืชผักสีแดงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระไลโคปีนอาจช่วยลดกรดยูริคได้
**โรคเก๊าท์ รักษา ค่อนข้างยาก ต้อง ปรับสมดุล จาก ภายใน เป็นหลัก และ ควบคู่ กับการใช้ ชีวิตประจำวัน
โรคอะไรก็ตามที่เราเคยเป็น ถ้าไม่ระวังตัว วันนี้ หาย พรุ่งนี้ ก็กลับมาเป็นได้ อีกนะคะ
**เพราะว่า เก๊าท์ รัก ตะเองน้า..
Cr.ตาราง ปริมาณพิวรีนในอาหาร
จากเว็ป สำนักโภชนาการ กรมอนามัย





คุณกะรัต ถามหมอก้อย เรื่องวันตกไข่

เมื่อวาน คุณกะรัต ถามหมอก้อย เรื่องวันตกไข่ วันตกไข่คือวันไหนกันแน่นะคะ
1. วิธีนับวันตกไข่อย่างง่าย และเบสิกที่สุดคือ เริ่มนับจากวันที่มีประจำเดือนมาวันแรก เป็นวันที่หนึ่ง นับไปสิบสี่วัน วันที่14คือวันที่ตกไข่ คะ 
*หมอมิ้นท์ อย่ามาโกหก นับทุกครั้งเลยไม่เห็นจะตั้งครรภ์ :วิธีนี้เหมาะสำหรับ คนที่มีประจำเดือนปกติ มีรอบเดือนทุกๆ 28 วันคะ
*หมอมิ้นท์ หนูก็มา ทุก28 วัน ทำไมไม่ท้อง
:แสดงว่า คุณอาจจะมีการตกไข่ที่ไม่ดี หรือ อาจจะมีปัญหาที่ท่อนำไข่ หรือ ตกไข่ช้าหรือเร็ว ได้ แนะนำ ปรึกษาคุณหมอ เฉพาะทางได้นะคะ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงนะคะ
2. วัดอุณหภูมิ BBT
จะได้กราฟสองชั้น แต่ถ้าไม่ได้ แนะนำ ปรึกษาคุณหมอดีที่สุดคะ จะได้ดำเนินการทีเร็วแล้วเหมาะสมคะ
3. วัดฮอร์โมน LH เป็นชุดตรวจหาวันตกไข่ สามารถหาได้ตามอินเตอร์เน็ต หรือ ร้านขายยาเฉพาะนะคะ จะขึ้นสองขีด เริ่มวัดตั้งแต่ วันที่10 เป็นต้นไปนะคะ
4. วันตกไข่ จะมีมูกใสๆเหนียวๆ คล้ายๆ น้ำมูกคะ ถ้า วัด ฮอร์โมน LH ได้ สองขีดหรือ เป็นช่วง ตกไข่ ลองสังเกตุ ดู หรือลองจิ้มดูที่ช่องคลอด สามารถ พบมูกเหนียว ยืดออกมา
5.ไข่ ที่ตกลงมา มีอายุ แค่1วันเท่านั้นนะคะ แต่อสุจิที่แข็งแรงสามารถอยู่ในมดลูกได้นาน3-4วันเลยทีเดียวคะ
*คุณกะรัตคะ สู้ๆ นะคะ ถ้ายังไม่เข้าใจ สามารถปรึกษามิ้นท์ รับประทานยาจีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้นะคะ ถ้าหมอก้อย ทำIUI IVF หรือ ธรรมชาติ แล้วไม่สำเร็จ



จิงหรีด 蟋蟀

** จิงหรีดน้อย และ (ข้าวต้มมัด) ของไทยๆ ที่มีคุณค่า 
ไม่ว่าจะแพทย์แผนจีน หรือ แพทย์แผนไทย
**วันนี้ คุณป้าแม่บ้านที่รพ เอาจิงหรีดคั่ว(ไม่แน่ใจในการทำให้สุก) มาให้รับประทานคะ
บอกว่า เอามาจากร้อยเอ็ดเลยเด้อ คะ หมอ 
ต้องกินตัวเมียนะคะ อร่อย มันมีไข่ 
**ถ้าวันนี้ใครพบมิ้นท์ จะเห็นจิงหรีดคั่ว นอนเอ้งเม้งอยู่ในจานหลังโต๊ะทำงาน พร้อมข้าวต้มมัดหุงจากข้าวพื้นเมืองร้อยเอ็ดเลยนะคะ
**ป้าคะ รู้บ่ว่า จิงหรีด มี ประโยชน์ในทางการแพทย์แพทย์จีนด้วยนะคะ
** จิงหรีด ในทางการแพทย์แผนจีน
**มีฤทธิ์ อุ่น รส เผ็ด เค็ม
** มีสรรพคุณใน การขับน้ำและลดบวมได้คะ
** มักจะใช้ในการรักษา อาการ ปัสสาวะไม่สะดวก ปัสสาวะขัด หรือ บวมน้ำ เป็นต้น
**蟋蟀 (xi shuai) cricket จิงหรีด
*มีกรดอะมิโน จำเป็น Arginine Guanidine เป็นกรดอะมิโนที่สำคัญในร่างกาย มีบทบาทในการช่วยส่งเสริมระบบ หัวใจเเละหลอดเลือด และช่วยในการเจริญเติบโตของทารกได้
** มีวิตามินบี12 ที่เคยกล่าวไว้ ในวิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์ คะ
**แต่ก็ควร รับประทาน อย่างระมัดระวัง นะคะ เพราะ เจ้าตัวน้อย ไขมัน เยอะ เลยทีเดียว คะ รับประทานแต่พอดี ก็พอนะคะ
**บางครั้ง แพทย์แผนจีน หรือ แพทย์แผนไทย อยู่ใกล้ๆตัวคุณ บางครั้งมองไม่เห็น บางครั้งมองเห็น แต่ไม่ทราบประโยชน์
ขอเล่า ความรู้เล็กๆ จาก ชีวิต ประจำวันที่มิ้นท์ พบเจอ ขอบคุณ ป้าแม่บ้านที่เอาจิงหรีดมา
**ขอบคุณพี่พยาบาล ที่ชวนรับประทานนะคะ
มิ้นท์ จึงมีบทความ เขียนให้ ทุกคนได้อ่านกันคะ
**ส่วนเรื่องที่รีเควสมา ทั้งจาก หน้าไทม์ไลน์ หรือ ในอินบล๊อก จะ พยายามเขียน และ หาข้อมูลที่ถูกต้องให้ นะคะ บางเรื่อง ค่อนข้างเยอะ ต้องใช้ความละเอียดรอบครอบ บางครั้งมิ้นท์ ใช้ภาษา อาจจะไม่ถูกใจนัก แต่ จะพยายามให้ดีกว่านี้คะ
ขอบคุณทุกๆกำลังใจคะ




จุด หลาวกง ป้องกัน อัลไซเมอร์ ภาคต่อ

จุด หลาวกง ป้องกัน อัลไซเมอร์ ภาคต่อ 
**หลังจาก คราวที่แล้ว ที่สอน วิธี ฝึกนิ้วมือ ป้องกันอัลไซเมอร์ ปรากฎว่าได้รับความนิยมจน มีชื่อท่าว่า เป็น คาถาแยกเงา ป้องกันอัลไซเมอร์ 
**มิ้นท์ จึงรู้สึกสนุก เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆทั่วยุทธภพเพื่อหาจุดง่ายๆ เพิ่ม อีกหนึ่งจุดเพื่อให้แฟนเพจทุกคนนะคะ
**จุดที่ว่านี้คือ จุด หลาวกง
**จุดหลาวกง คือจุดที่อยู่ กึ่งกลางมือ ระหว่างกระดูกฝ่ามือ ข้อที่ 2-3 เอียงไปทางข้อที่3 เล็กน้อยนะคะ
**จุดนี้ เป็นจุดบนเส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ
มักใช้รักษาป้องกัน อัลไซเมอร์ เจ็บหน้าอก ขี้โมโห อารมณ์ร้าย นอนไม่หลับ ฝันเยอะ ตื่นมาแล้วเพลีย หรือ คนที่เป็น อัมพฤกษ์ จะช่วยให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น เป็นต้น
**ทางแพทย์จีน เชื่อว่า สามารถทำให้ เลือดลมไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น หัวใจ สูบฉีดดี ก็จะไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายดี เมื่อร่างกายที่อ่อนเพลีย มีเลือดไปหล่อเลี้ยงได้ดี ความจำ อารมณ์ ก็จะดีตามมา
**วิธีการคือ กดสลับได้ทั้งสองข้าง ข้างละ3 วินาที จะรู้สึก เจ็บๆตึงๆนะคะ ทำ สิบครั้งต่อ หนึ่งเซต วันหนึ่งทำ 1-3 เซต ก็ได้นะคะ
**นอกจาก วิธีการของนินจานารุโตะ แล้ว ลองเพิ่ม ผ่ามือพิฆาตอัลไซเมอร์ เข้าไปด้วยนะคะ
ขอบคุณที่ให้ ความสนใจนะคะ ^.^

วิธีป้องกันอัลไซเมอร์

วิธีป้องกันอัลไซเมอร์
**เมื่อวันที่ 1มีนาคมที่ผ่านมา ที่คลินิก หัวเฉียว ไทย-จีน ได้ จัดบรรยาย เรื่อง อัลไซเมอร์ จาก คุณหมอ อู๋ลี่ฉุน มิ้นท์ ทำงานเลยไม่ได้ ขึ้นไปฟัง แต่คิดว่าเรื่องนี้ น่าสนใจมาก อยากจะ เผยแพร่ ความรู้ ส่วนตัวเล็กๆน้อยๆ 
เกี่ยวกับ วิธีป้องกันอัลไซเมอร์ จาก ประสบการณ์ และ ความรู้ที่ได้ จากการเรียนรู้จาก อาจารย์หลายๆท่าน ของมิ้นท์นะคะ
1. สิ่งที่ทุกคนทราบอยู่แล้ว แต่ทำไม่ค่อย จะได้ คือ ความเครียด ความเครียด ทำลายทุกสิ่ง ทำลายสมอง ภาวะมีบุตรยาก มะเร็ง เป็นต้นกำเนิด ของโรคร้าย มากมายเลยทีเดียวคะ ฉะนั้น ต้องรักษา สมดุล ของจิตใจ สุภาษิต จีน มีไว้ว่า ยิ้ม1ครั้ง เด็กลง 10ปี เวอร์นิดๆ แต่ก็ต้อง เบิกบานไว้นะคะ
2. สิ่งที่ทราบอยู่แล้ว อีกเรื่องก็คือ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ นะคะ จากงานวิจัยพบว่า แอลกอฮอล์ ทำให้มีโอกาส เป็น โรค อัลไซเมอร์ เพิ่มขึ้น 5-10เท่าเลยทีเดียว
3. หวาน มัน เค็ม ให้ลด นะคะ สำนักงานวิจัยแห่งญี่ปุ่นพบว่า ผู้ที่บริโภค อาหารที่มี รส หวาน มัน หรือ เค็ม ในปริมาณมาก สามารถ มีโอกาสเกิด หรือ กระตุ้นให้เกิด โรคอัลไซเมอร์ในช่วงวัยชราได้เร็วขึ้น
4. รับประทานอาหารที่มี วิตามิน B12 ให้มากขึ้น งานวิจัยพบว่า วิตามิน บี 12สามารถช่วยยั้บยั้ง และ ป้องกันโรคอัลไซล์เมอร์ได้ อาหารที่พบมาก เช่น เครื่องในสัตว์ ตับ ไต ไข่แดง เต้าเจี้ยว เป็นต้น แต่ก็ควรระวังในผู้สูงอายุที่มีความดัน ไขมันสูง วิตามินบี12 ควรรับประทานควบคู่กับ แคลเซียมเพื่อทำให้ดูดซึมได้ดีขึ้น
5. รับประทานอาหารที่มีโคลีน Choline นักวิจัยในสหรัฐอเมริกา พบว่า Choline มีฤทธิ์ ช่วยส่งเสริม ความจำให้ดีขึ้นได้ พบใน พืชตระกูลถั่ว ไข่ ธัญพืชทุกชนิด วอลนัท เป็นต้น
6. รับประทาน อาหารโดย เคี้ยวช้าๆ หลายๆ ครั้ง และ กินไม่อิ่ม มันเป็นเรื่องที่ยากมาก กินอิ่มแค่ เจ็ดส่วน คิดง่ายๆ ว่า ทุกวัน กินข้าว หนึ่งจานอิ่ม ดังนั้น กินข้าว แค่ เจ็ดส่วนของจานต่อมื้อ แล้ว ไม่กินอะไรต่อ นะคะ
7. พยายามใช้ สมอง คิดเลขเรื่อยๆ แทนที่จะใช้ เครื่องคิดเลข เพราะเดี๋ยวนี้ คนเรามักจะใช้เครื่องคิดเลข ต้องเริ่มคิดในใจแล้ว นะคะ คิดนอกใจบ่อยๆจะทำให้เป็น อัลไซเมอร์ได้ อืมๆๆ เป็นเรื่องที่ดีนะคะ^.^ คนที่เจ้าชู้ระวัง อัลไซเมอร์จะถามหา ล้อเล่นนะคะ ฮ่าๆ
8. ออกกำลังกายนิ้ว มือ บ่อยๆ เพราะ การออกกำลังกายนิ้วมือ สามารถกระตุ้น การทำงานของระบบประสาทและสมองได้ นะคะ
ท่า ง่ายๆ เช่น ใช้นิ้วมือสองข้าง ประสานกัน และ ดันเข้าหากัน นวด นิ้วมือบ่อยๆ
วิธีนี้ เป็น วิธี ง่ายๆ ทำสนุกๆ กันนะคะ วันหนึ่ง ฝึกทำได้ บ่อย เท่าที่ต้องการ จากที่สังเกตได้ รูปที่ 5 นิ้วมือ เริ่มแดงๆ แล้วคะ ขณะที่ทำให้รวบรวมพลังลมปราณไว้ที่ ปลายนิ้ว ทั้งสิบ แล้ว หายใจ เข้าออก ช้าๆ ลึกๆ และ ยาวๆ ตั้งสมาธิไว้ที่ปลายนิ้ว แล้ว เริ่มได้เลยคะ 3 2 1 Go!




มะเร็งเต้านม เป็นภัยเงียบที่ คนส่วนใหญ่มักไม่รู้

**
มะเร็งเต้านม เป็นภัยเงียบที่ คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ 
มะเร็งเต้านม พบ ได้ ถึง 1 ใน 10 ของผู้หญิงที่ คลำพบ ก้อนที่เต้านม
**ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่มัก คิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย ที่เมื่อ คลำพบก้อนที่เต้านมแล้ว ไม่กล้าบอก 
**20%ของผู้ป่วย มักพบว่า สามีเป็นคนพบก้อนที่เต้านมของตน ^-^
**มะเร็งเต้านม ทำไมมิ้นท์ถึงบอกว่าเป็น ภัยเงียบ เพราะ
1. มะเร็งเต้านม คือ ก้อน ที่ไม่เจ็บ ไม่ใหญ่ขึ้น หรือ เล็กลง ตามรอบเดือน แต่จะ ใหญ่ขึ้น เป็นดับเบิ้ล ในระยะเวลาอันสั้น นะคะ
2. 20% ของผู้ที่มีเลือด หรือ น้ำ หรือ น้ำเหลืองออกที่ หัวนม มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม
3. คลำพบก้อนที่รักแร้ เพราะ ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นจากมะเร็งเต้านม
4. ผิวหนังบริเวณเต้านมมีการดึงรั้ง รอยบุ๋ม คัน นูน ลอกเป็นเกล็ด เป็นต้น
**ใครที่เป็นกลุ่มเสี่ยงคะ
1. ผู้หญิงที่มี อายุ 40 ปีขึ้นไป
2. ผู้หญิงที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็น มะเร็งเต้านม เพราะ เกิดการกลายพันธุ์ของยีนที่ให้สืบถอดทางพันธุกรรมได้
3. ผู้หญิงที่มีประจำเดือนก่อน 12ปี หรือ หมดหลัง 55ปี คลอดบุตรหลังอายุ 35 ปี หรือ หญิงที่ไม่เคยมีบุตร
4. หญิงที่กินยาคุมเป็นระยะเวลานานๆ
เป็นต้น
**ตรวจเมื่อไร ถึงเป็นเวลาที่เหมาะสมคะ
*ผู้หญิง ดังกล่าวข้างต้นควรตรวจ เป็นประจำทุกเดือน หรือ หญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป
*ตรวจทุก 3-5วัน เมื่อนับจากวันที่ประจำเดือนหมดในรอบเดือนนั้นๆ เป็นไปได้อยากจะให้เป็นช่วงเดียวกันนะคะ ถ้าวันที่3ของการหมดประจำเดือน เดือนหน้าก็อยากจะให้เป็นวันที่สามของการหมดประจำเดือนด้วยนะคะ เพื่อความแม่นยำให้การหาและคาดเดาขนาดของก้อนนะคะ

ผู้ป่วยหลัง ผ่าตัดมดลูก

**วันนี้ มี ผู้ป่วยหลัง ผ่าตัดมดลูก
เข้ามาหามิ้นท์คะ อยากจะมารับประทานยาจีน ปรับสมดุลร่างกาย กันหน่อย เนื้อความว่า อายุ ใกล้จะ 70แล้ว ต้องตัดมดลูกออกเพราะ เหตุอันใด
**เพราะ เป็น มะเร็ง ปากมดลูกนั้นเองคะ ซึ่งมีสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของ ผู้หญิงไทยเลยที่เดียว
**วิธีสังเกตุง่ายๆคือ ประจำเดือนมาในเมื่อหมดประจำเดือนมาหลายปีแล้ว หรือมีประจำเดือนมาไม่หยุดทั้งๆที่น่าจะถึงวัยหมดประจำเดือนแล้ว ลักษณะเลือดที่ออกอาจจะเป็นเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน มีตกขาวผิดปกติ กลิ่นเหม็น มีเลือดปน หรือมีเลือดออกเวลามีเพศสัมพันธ์ ถ้าเป็นมากและมะเร็งลุกลามออกไปด้านข้าง หรือลุกลามไปที่อุ้งเชิงกรานก็จะมีอาการปวดหลังได้ หรือสตรี 35-60ปี ควรไปตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก ปีละครั้ง หรือ ตามที่หมอนัดนะคะ
**การผ่าตัดมะเร็งปากมดลูกนั้น จะไม่ได้ ผ่าเฉพาะ ปากมดลูกออกไปนะคะ คุณหมอ จะ ผ่าเอามดลูกและรังไข่ทั้งสองออกไปด้วย ไม่ต้องเป็นกังวล อันใด เอาออกไปให้หมดนั้นดีเลยคะ
**แต่วันนี้ จะมาบอก วิธี ปฏิบัติตัว หลัง ผ่าตัด มดลูกกันคะ นอกจากทานยาจีนเพื่อช่วยลด อาการข้างเคียง อื่นๆ และ เสริมสร้าง ภูมิคุ้มกัน ป้องกันเชื้อมะเร็งไม่ให้เจริญเติบโตต่อได้แล้ว
ผู้ป่วยมักมีความเชื่อ ผิดผิด คือ รับประทาน โสมคน โสมเกาหลี กินถั่งเฉ่า ลำไย ทุเรียน นึกว่าเป็นยาบำรุงมดลูก ที่ดี แต่แท้จริงแล้ว ส่วนตัวมิ้นท์กลับไม่แนะนำให้รับประทานคะ
**ถ้ามองในมุม ความจริง แผลหลัง ผ่าตัด จะมีการอักเสบ เกิด ขึ้น ร้อน บวม แดง เป็น อาการหลัก กิน โสมคน โสมเกาหลี ถังเฉา ผลไม้เมืองร้อน ยิ่งร้อน ยิ่งทำให้แผลหายช้า ยิ่งทำให้ เลือดออกไม่หยุด
**อ้าว แล้ว จะกินได้เมื่อไรหล่ะคะ ที่บ้านมี รับประทานได้เมื่อ แผลหายดีแล้ว ไม่มีเลือดออกแล้ว ร่างกายฟื้นตัวได้สักระยะหนึ่งแล้ว จึงสามารถรับประทานได้คะ
**ถ้าอย่างนั้น รับประทานอะไรดีคะ รับประทานยาจีน ดีที่สุด คะ เพราะ ตรงกับโรคแล้ว ตรงต่อตัวบุคคล นั้นๆ หลังจาก ผ่าตัดแล้ว ไม่แนะนำให้ ทำงานหักโหม ถูบ้านกวาดบ้าน เหนื่อยๆ ออกแรงหนักๆ ไม่ได้นะคะ ลดอาหารรสจัดทุกชนิด เผ็ด หวาน มัน เค็ม งดเนื้อวัว แนะนำ ออกกำลังกายเบาๆ เสริมสร้าง ภูมิคุ้มกัน กิน ผัก ผลไม้ ผักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสมดุลของจิตใจ เน้นพืชผักบางชนิด เช่น เห็ดหูหนูดำ เห็ดหอม ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ วอลนัท ลูกเดือย แปะก๊วย เต้าหู้ขาว ตับหมู เน้นธัญพืชเป็นหลัก
** อาหารทุกชนิดมีทั้งคุณและโทษ แต่ต้องเลือก อย่างมีสติ และ ถูกกับโรคนะคะ
 — รู้สึกมีความสุข

จุด เก่งร้อยอย่าง (百会)

**ในวัน ง่วงๆ ช่วงบ่ายๆ อย่างนี้ เราพนักงานออฟฟิต วันวันนั่งอยู่ในห้องแคบๆ อยากจะแอบงีบก็ไม่ได้ ก็เลยต้องเพิ่มเครื่องดืม คาเฟอีน อย่างเช่น กาแฟเย็น ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับสาวๆในทุกวันนี้ ซึ่งผลการวิจัยพบว่า คาเฟอีน ส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากถึง 50% เลยทีเดียวนะคะ
**อย่างนี้ จะทำอย่างไรดีคะ หมอมิ้นท์ อ่า.. ซึ่งเป็นคำถามที่ พบบ่อยเหลือเกิน..และ ลำบากใจมิ้นท์เป็นอย่างยิ่ง เพราะ คาเฟอีน เป็น สิ่งที่ อยู่ในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว เดินไปทางไหน ก็เจอ ร้านกาแฟ น่ารักๆ จิบกาแฟ พร้อมเค้กหวานๆ ยิ่ง ส่งผลต่อ ภาวะมีบุตรยาก ส่งผลให้ ประจำเดือนมาน้อย การเสื่อมของรังไข่เร็วกว่าปกติ หรือ ทำให้เกิด ภาวะวัยทอง ก่อนวัยอันควร ได้นะคะ
**จึงขอเสนอ จุด เก่งร้อยอย่าง (百会) **
**วิธีหาจุด
1. ใช้นิ้วหัวแม่มือข้างขวา ไว้ที่ จุดที่สูงที่สุดของใบหูขวา ใช้ นิ้วหัวแม่มือซ้ายกับใบหูซ้ายเช่นกัน
2. นิ้วทั้ง สี่ เหยียดตรง ไปที่ กึ่งกลาง ศีรษะ
3. ให้ นิ้วกลาง ของมือทั้ง สอง มาจรดกัน
4. จุดที่ได้จะเป็นจุดกึ่งกลาง ศีรษะ พอดี
5. ใช้ นิ้วหัวแม่มือ กดจุดนี้ และ หมุนเป็น วง จะรู้สึก ตึงๆเจ็บๆ นิดๆ
**จุดนี้ นอกจาก สามารถ ทำให้ สมองสดชื่นแก้ง่วงได้แล้ว
**สามารถ ลดภาวะ นอนไม่หลับ วิตกกังวล ริดสีดวง ความดันสูง ความดันต่ำ เมาค้าง
**แก้ ปวดศีรษะ เวลาปวดศีรษะแบบมึนๆตื้อๆ
*หรือ เวลาอ่านหนังสือสอบ แล้วจำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว สามารถ เลือก กดจุดนี้ได้นะคะ
มิ้นท์

Part3 อาการปวดหัวก่อนมีประจำเดือน

Part3 อาการปวดหัวก่อนมีประจำเดือน
3. เสมหะและเลือดคั่ง
**ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเหมือนมีเข็มทิ่ม ปวดศีรษะตุบๆเหมือนหัวจะระเบิด ปวดอยู่ที่เดียว ใบหน้า คล้ำ คลื่นไส้อาเจียน ขี้หงุดหงิด คอแห้งกระหายน้ำบ่อย ลิ้นมีสีคล้ำ หรือมีจุดดำ 
**เมื่อลมปราณตับอุดกั้นหรือพลังลมปราณตับไม่เพียงพอ ลมปราณไหลเวียนไม่สะดวก เลือดก็ไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงเส้นลมปราณอื่นๆได้ จึงเกิด การอุดกั้นของเลือดขึ้น หรือ ภาวะพลังลมปราณของม้ามอ่อนแรง ความชื้นจะคั่งค้างอยู่ภายใน ทำให้ความชื้นก่อตัว เหนียวข้น อุดกั้น เลือดและลมปราณไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงศีรษะได้ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้น
**วิธีการรักษาทางแพทย์แผนจีน เลือดลมหมุนเวียนดี ขจัดความชื้นระบายเส้นลมปราณ
**โภชนบำบัด ซุปตับขิงซอย ตับหมู ขิงซอย เก๋ากี๋ ปรุงรสตามชอบ
**ตับหมู อย่างที่รู้กัน สามารถ บำรุงตับ บำรุงเลือดในร่างกายได้เป็น อาหารที่เราคุณเคย กันเป็นอย่างดีเลยทีเดียว
**ขิง นอกจากจะทำให้อุ่นแล้ว ยังมีฤทธิ์ขจัดความชื้น แก้ คลื่นไส้อาเจียนได้ อย่างดีทีเดียวคะ
**เมืองไทยเราเป็นเมืองร้อนชื้น แถมคนเราทุกวันนี้ ต้องทำงานในห้องแอร์ กินน้ำแข็งน้ำเย็นน้ำหวานทุกวัน ร่างกายที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอยู่แล้วจะค่อนข้าง อุดกั้นได้ง่าย ชื้น โดนความเย็น ก็จะยิ่งเหนียวข้น ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิด อาการ ปวดหัวก่อนมีประจำเดือน และมักพบ พนักงานออฟฟิต จะเป็น ไมเกรนได้ บ่อยๆ เช่นกัน ถ้าเรารู้สาเหตุแล้ว อยากจะให้ ช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน จะได้ไม่ต้องทานยาจีนขมๆ กันนะคะ
มิ้นท์
Part2 https://www.facebook.com/photo.php?fbid=658987760831144&set=a.587582831304971.1073741826.575563759173545&type=1&theater
Part1
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=658549410874979&set=a.587582831304971.1073741826.575563759173545&type=1&theater

Part2 อาการปวดหัวก่อนมีประจำเดือน

Part2 อาการปวดหัวก่อนมีประจำเดือน
2. ตับอุดกลั้นม้ามอ่อนแอ มักพบอาการแน่นหน้าอก ปวดหัว หนัก หนัก ร่วมด้วย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร แน่นเจ็บ บริเวณ สีข้าง ไม่มีแรง หรือ มีอาการ หายใจไม่สุด หายใจถี่ ร่วมด้วย ลิ้นซีด ฝ้าหนา
**ก่อนที่จะมีประจำเดือน เลือดจะมาเลี้ยงที่ มดลูก ทำให้ตับขาดเลือดหล่อเลี้ยง ลมปราณตับอุดกลั้นไม่ระบาย ไม่สามารถขึ้นไปหล่อเลี้ยง ศีรษะได้ และเมื่อลมปราณม้ามอ่อนแอ ทำให้ ไม่สามารถ ขจัด ความชื้นที่อยู่ในตัวเราได้ ความชื้นสะสมนานวัน กลายเป็น เหนียวข้น อุดกลั้นไม่สามารถทำให้ พลังหยาง หรือ พลังความร้อน ไป หล่อเลี้ยง ศีรษะ จึงเกิดอาการปวดหัวขึ้น
**วิธีรักษา ตามแพทย์แผนจีน ระบายตับอุดกลั้น บำรุงม้ามขจัดความชื้น
**โภชนบำบัด ซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน
ตังเซียม 党参9 g ลูกเดือย薏米任30g ตังกุย当归6g ฮวยซวย山药15g ตุ๋น กระดูกหมู 500g
ทานตอนร้อนๆ สบายท้อง และ สามารถช่วยเรื่องขับถ่ายได้ด้วยคะ
**ตังเซี่ยม บำรุงลมปราณของกระเพาะและม้าม
**ฮวยซวย บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร ขับความชื้นที่ สะสมในร่างกาย
**ลูกเดือย ขับความชื้น ขับบวม สามารถใช้บำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส ได้ด้วยนะคะ ^-^
**ตังกุย บำรุงเลือด หล่อเลี้ยงตับ ทำให้หน้ามีเลือดฝาดได้นะคะ
วิธี ธรรมชาติ บำบัดสามารถช่วยบรรเทาอาการและป้องกันโรค ได้วิธีหนึ่งนะคะ อย่างไร ก็ตามต้องขึ้น อยู่กับหลักความสมดุลของร่างกายและจิตใจจึงจะไม่เกิดโรคนะคะ
มิ้นท์
Part1 ที่ลิงค์ข้างล่างนี้เลยนะคะ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=658549410874979&set=a.587582831304971.1073741826.575563759173545&type=1&theater

Part1 อาการปวดหัวก่อนมีประจำเดือน

Part1 อาการปวดหัวก่อนมีประจำเดือน
**เคยทราบไหมคะว่าทำไม ทุกครั้งที่มาตรวจเรื่องเกี่ยวกับประจำเดือน มิ้นท์ จะถามคำถามเดิมเดิม เสมอ ก่อนมีประจำเดือน มีอาการอะไรบ้าง ปวดหัว ปวดตัว ปวดเอว คัดหน้าอก หงุดหงิดไหม ประจำเดือนสีอะไรคะ ดำ แดง มีก้อนเลือดไหมคะ รอบเดือนตรงไหม ครั้งล่าสุดมาวันที่เท่าไร เป็นคำถามซ้ำๆ ที่ต้องถาม อย่าเพิ่งเบื่อกันก่อนนะคะ เพราะอาการเหล่านี้ เกี่ยวข้องอย่างยิ่ง กับ การรักษา และ วินิจฉัย ทางแพทย์แผนจีนคะ
**อาการ ปวดหัวก่อนมีประจำเดือน ทำไมถึงเป็น เพราะ อะไรกัน
**แพทย์แผนจีน กล่าวไว้ว่า ก่อนประจำเดือนมา ถ้ามีอาการปวดหัว มักจะเกี่ยวข้องกับ อวัยวะในร่างกาย คือ ตับ ม้าม และ ไต อย่างแนบแน่น
**1. ลมตับอุดกลั้นไม่ระบาย มักเกิดจาก ความเครียด หรือ ได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจมากเกินไป ตกใจ เสียใจ ตื่นเต้น มากเกินไป ล้วนเกี่ยวกับอารมณ์เป็นสำคัญ เป็นต้น
**ผู้ป่วยมักมีอาการ อารมณ์แปรปรวน แน่นหน้าอก ตื่นเต้น ขี้หงุดหงิดโมโห หูมีเสียง ตาพล่ามัว ประจำเดือนมาน้อย มีก้อนเลือด รอบเดือนมาก่อน หรือหลัง ก่อนมีรอบเดือน จะหงุดหงิดง่าย คัดหน้าอก ลิ้นแดงฝ้ามีเหลือง
**อารมณ์โมโหจะกระทบ ตับ ทำให้ลมตับอุดกลั้น เมื่อ อุดกลั้นมากๆไม่ระบาย จะทำให้เกิดไฟหรือความร้อนในร่างกายขึ้น เลือดที่มีความร้อนสะสมเป็นเวลานาน จะ ไหลไปตามเส้นลมปราณอุดกลั้น ทำให้เกิด อาการปวดศีรษะได้
**วิธีการรักษา คือ ระบายลมตับ สลายอุดกลั้น
**สามารถ รับประทาน น้ำชาเปลือกส้มใส่เก็กฮวย
**เปลือกส้ม ตากแห้ง 3-4 แผ่น เก็กฮวย 2-3ดอก ใส่น้ำร้อน เป็นชาดื่มแทนน้ำได้ทั้งวัน คะ
ปล จะใส่น้ำตาลทรายแดง หรือไม่ใส่ ก็ได้นะคะ
วิธีการนี้เป็นวิธีหนึ่งนะคะ เพียงแค่บรรเทา อาจไม่ตรงจุด ที่ประเทศจีน ผู้หญิงส่วนใหญ่ ร้อยละ70% จะรับประทานยาสมุนไพรจีน ปรับประจำเดือน แทนที่ทานยาฮอร์โมน หรือ รับประทานยาคุมกำเนิด ใช้ยาสมุนไพร รักษาสมดุล จากภายในสู่ภายนอก เพื่อ คุณภาพชีวิตที่ดีของตัวคุณคะ
มิ้นท์

โจ๊ก จิตใจสงบ

**วันนี้คะ ได้รับโทรศัพท์ สายหนึ่งจาก คนไข้ โรคนอนไม่หลับ 
คนไข้ :หมอ คะ ไม่ไหวแล้ว เสียงสั่นเครือ ที่พอเดาออกว่า มีน้ำตาที่ไหลริน ออกมา
มิ้นท์ :ไม่เป็นไร นะคะ ใจเย็นๆ
คนไข้ :หมอคะ ดิฉันไม่ทราบจริงๆ ว่า ดิฉันเป็นอะไร ควบคุมตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ อยากจะร้อง กรี๊ดๆ ตลอดเวลา คุยกับใครก็โมโห ไปหมด
มิ้นท์: ไม่เป็นไรนะคะ คุยได้ หมอ รับฟังคะ
**สิ้นเสียง วางสาย ทำให้ กลับมาคิดว่า ทำไม คนที่มีอาการซึมเศร้า สามารถ ระบายกับคนอื่นได้ แต่ ไม่สามารถ คุยกับคนใกล้ชิด สนิทสนมได้
**จากนั้น มิ้นท์ จึง ทดลองพูดคุยกับผู้เป็นญาติ ว่ามีความเห็นอย่างไรบ้างกับตัวคนไข้
มิ้นท์:พี่คะ หมออยากจะให้ พี่ช่วยเป็นเพื่อนพี่เค้ามากๆ หน่อยนะคะ หมอว่าพี่เค้าเหงา
คนไข้2:หมอคะ พี่เค้าไม่ได้ มีปัญหา อะไรเลย งานก็ไม่ต้องทำ เงิน ก็มีใช้ แล้วยังจะต้องการอะไรอีก
**มิ้นท์ ถึงบางอ้อ ถึงแม้ว่า ญาติ พี่น้อง จะบอกว่า เข้าใจ แต่ จริงๆ แล้ว ไม่เข้าใจ จริงๆด้วย
**ในหลายๆ เคส ที่มา ถ้า พาพ่อแม่มาด้วย จะยิ่งกดดัน มากขึ้น คำที่ได้ยินเสมอๆ คือ ก็น้องเค้านะ ชอบคิดมาก อะไรก็ไม่รู้ น้องเค้าไม่ปล่อยวาง ไม่รู้ทำไมปล่อยวางไม่ได้
**คำนี้ นะคะ มันทิ่มแทงจิตใจ ได้มากกว่า คนอื่น ว่า เราเสียอีก เมื่อ คนเป็นพ่อแม่ไม่เข้าใจ รับไม่ได้ ว่า ลูกเป็นแบบนี้ คำพูดนี้ มิ้นท์ขอ คะ ขอ ว่า อย่าพูดออกมาเลย
**เมื่อถ้า บางครั้ง คนที่ สนิทใกล้ชิด มีแต่จะบั่นทอนทำลายจิตใจเรา เราต้องเข้มแข็งนะคะ
**ขอแนะนำอาหารง่ายๆที่ทำได้เองที่บ้าน กิน บำรุงหัวใจกันนะคะ
**

โจ๊ก จิตใจสงบ
**วิธีทำ เม็ดบัว ลำไยแห้ง เมล็ดลิลลี่(ถ้าหาซื้อไม่ได้ แนะนำไปร้านยาจีนนะคะ 莲子、龙眼肉、百合各20克 เอาภาษาจีนนี้ให้ร้านขายยาดู ร้านขายยาจะจัดให้ได้นะคะ) ข้าวสาร
**เม็ดบัว มีฤทธิ์ระบายไฟในหัวใจ ขับความร้อน หยุดเลือดได้ ใช้รักษาอาการ คอแห้ง ตาแดงปวดบวม เป็นต้น
**ลำไยแห้ง มีฤทธิ์ หล่อเลี้ยงหัวใจและม้าม บำรุงเลือดลม บำรุงสมองและช่วยให้จิตใจสงบ ใช้รักษาอาการนอนไม่หลับ ขี้หลงขี้ลืม ตกใจง่าย เวียนศรีษะ เป็นต้น
**เมล็ดลิลลี่ มีฤทธิ์ บำรุงปอด ระบายไฟ สงบจิตใจ ใช้รักษาอาการนอนไม่หลับ ไอแห้งๆ เวียนศรีษะ เป็นต้น
**หรือจะต้มรวมกัน เติม เก๋ากี้ ใส่น้ำตาลทรายแดง รับประทานเป็นอาหารชูกำลังได้ดีอย่างหนึ่งเลยทีเดียวคะ
**กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าวันนี้เราไม่มีใครให้กอด แต่อย่าลืม ว่ามีคนหนึ่งที่สามารถกอดเราได้ ตลอดเวลา ในหน้ากระจก คนนั้นคือตัวเราเองคะ

หัวใจหมู 猪心

ต้อนรับ วาเลนไทน์ อีกครั้ง ด้วยหัวใจ คะ 
**วันวาเลนไทน์ คือวันแห่งความรัก ความรัก คือ การได้ ครอบครอง หัวใจ แต่ ถ้าใครไม่มี หรือมีแล้ว ควรฟังทางนี้นะคะ
**จึงทำให้ นึกถึง สมัยก่อนที่เรียนที่เมืองจีน คุณแม่ เพื่อนสนิท ตุ๋น หัวใจ หมู ให้ซดน้ำซุปร้อนๆคะ กินแล้ว สดชื่น สบาย เป็นยาชูกำลังอย่างดีเลยคะ
**วันนี้ จึง ของกล่าว ถึง หัวใจของหมู คะ
**หัวใจหมู มี สารอาหารคุณประโยชน์มากมาย หลายชนิด มีโปรตีน ไขมัน แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินบี1 และ บี2 วิตามีซี เป็นต้น
** มีประโยชน์บำรุงกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพการบีบและคลายตัวของหัวใจ
**ทางแพทย์แผนจีน หัวใจหมู มีสรรพคุณในการ หล่อเลี้ยงหัวใจ ทำให้จิตใจสงบ บำรุงม้าม หยุดเลือด
**ใช้ในการรักษา อาการ ขี้ตกใจ ใจสั่น เหงื่อออกง่าย หรือ โรค นอนไม่หลับ วิตกกังวล หรือ อาการวัยทอง ได้เป็นอย่างดี
**วิธีการทำ หัวใจ หมู เห็ดหูหนูดำ ขิงสด ตุ๋น ปรุงรสตามชอบ ตอนยกเติม ต้นหอม ผักชี ใส่ พริกไทย
**วาเลนไทน์ นี้ ถ้าไม่มีใครรัก หรือ อกหักมา เชิญชวนรับประทาน หัวใจหมู บำรุง ให้ หัวใจเราแข็งแรงกันนะคะ
**บทความนี้ ไม่ได้ส่งเสริม ให้ ฆ่าสัตว์ หรือ มีเจตนาอื่นใดนะคะ เพียงแค่ต้องการให้ความรู้ทางการแพทย์แผนจีนที่มีมาอย่างยาวนานว่า กินทำไม เพื่ออะไร และ มีประโยชน์ อย่างไร เท่านั้นเองคะ
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ มิ้นท์


กุหลาบ 玫瑰花

**ใกล้วันวาเลนไทน์ แล้วนะคะ วันที่ผู้หญิงทุกคนรอคอย ดอกกุหลาบสีแดง ที่ได้รับจากคนที่เรารัก หรือ คนที่รักเรา ช่วงนี้ ดอกกุหลาบ จึงแพงเป็นพิเศษ ดอกกุหลาบเป็นที่ทราบกันดี ว่า สามารถทำเป็นอาหารได้ เช่น กุหลาบทอด ชากุหลาบ เป็น ด้วยกลิ่นอันเย้ายวน ทำให้เกิดเป็น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ครีมทาผิว หรือ เครื่องสำอางค์ความงาม เป็นต้น
**ทางแพทย์แผนจีนนั้น ได้ กล่าวถึง กุหลาบไว้ว่า
**กุหลาบ มีรส หวาน เผ็ด มีฤทธิ์ อุ่น สรรพคุณ คลายวิตกกังวล ขับชื้นปรับสมดุลม้ามและกระเพาะอาหาร กระจายอุดกลั้นและหมุนเวียนเลือด
**ใช้รักษา ภาวะ ตับและกระเพาะอาหารไม่สมดุล มีอาการปวดแน่นท้อง แน่นหน้าอกคลื่นไส้ ทานอาหารไม่อร่อย หรือ ไม่อยากอาหาร หรือ มีอาการท้องเสีย
**รักษา ภาวะ ประจำเดือนไม่ปกติ ปรับประจำเดือนและลดปวดได้
**ภาวะอาการช้ำใน และ อาการปวดบวม สามารถรักษาลดฝ้า ลดอาการอักเสบจากสิวได้
**เคล็ดลับของมิ้นท์ อีกอย่างหนึ่งคือ ดื่ม ชากุหลาบ ที่มีส่วนผสมดังนี้ กุหลาบตูมดอกเล็กแห้ง เก็กฮวยขาว น้ำผึ้งรวง มีสรรพคุณในการลดอาการร้อนใน ระบายร้อน ทำเหลือดลมไหลเวียนดี หน้า จะอมชมพู และ อารมณ์ดีได้คะ รสชาติหวานหวานหอมหอม กำลังดี
**วาเลนไทน์ นี้ มอบชากุหลาบให้แก่กัน แทนกุหลาบสดราคาแพงก็ได้นะคะ หรือ บอกรักกันเบาๆ คนข้างๆ หน้าก็จะอมชมพูได้เหมือนกันคะ
สุขสันต์ วันวาเลนไทน์ นะคะ มิ้นท์

วิธีการลด อาการ ปวดท้อง ประจำเดือน

**สวัสดีคะ เคยสัญญา ไว้กับแฟนเพจท่านหนึ่งไว้นานแล้วว่า จะ แนะนำวิธีการลด อาการ ปวดท้อง ประจำเดือน
ง่ายๆ ฉบับ แพทย์แผนจีนนะคะ ที่จริงเขียน บทความไปแล้ว เหลือ แต่รอ ตีพิมพ์เท่านั้น คะ ต้องรอคิว ลงหนังสือพิมพ์ แต่มิ้นท์ คิดไปคิดมา รอ นานๆ ก็เป็นเดือนไปแล้ว ดันนั้น ต้อง ขออภัย ด้วยนะคะที่นำมาเสนอช้าและนำมาเพียงบางส่วน นะคะ
**การปวดประจำเดือน เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดของผู้หญิงอย่างเราๆ คะ จะให้ปวดทุกเดือนไปจนอายุมาก ก็กระไรอยู่ แล้วจะให้แต่ล่ะเดือน ทานยา พอนแสตนก็ไม่ดี ต่อกระเพราะตับไต ของเรา เป็นที่ทราบกันดี
**สาวๆ ที่ประเทศ จีน เวลามีประจำเดือนจะเคร่งครัดและระวังมากคะ จะไม่ทานของเย็นเลยแม้แต่ อึกเดียว แต่สาวไทยนี้สิคะ น้ำปั่นเอย ไอติม เอย สารพัด ทั้งนั้นคะ เพื่อนมิ้นท์แม้วันมามาก ก็จะไม่ทาน ไอติม เลยแม้ว่า ไอติมนั้นจะแพง และ ที่สำคัญคือ ฟรี ก็จะไม่ทานคะ คนที่รับช่วงต่อ นั้นคือมิ้นท์ นั้นเอง ^-^
**สาวๆคนจีนจะมีวิธีง่ายๆในการ รักษา อาการ ปวดท้องประจำเดือนเบื้องต้นคือ ชงน้ำตาลทรายแดงกับน้ำร้อน รับประทานคะ
**อะไรนะ น้ำตาลทรายแดง นะเหรอ ใช่คะ ฟังไม่ ผิดนะคะ น้ำตาลทรายแดงธรรมดาที่ไม่ขัดสี ในทางแพทย์แผนจีน
น้ำตาลทรายแดง
** มีรสหวาน ฤทธิ์อุ่น
** สรรพคุณ บำรุงพลังชี่ส่วนกลาง ปรับสมดุลของม้ามและ กระเพาะอาหารให้แข็งแรง
** ใช้รักษา อาการปวดประจำเดือน
ให้ ประจำเดือนไหลได้สะดวก ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
เลือดลมไหลเวียนดี และ มีฤทธิ์ ระงับปวด
** สำหรับ หญิงหลังคลอดที่เสียเลือดมาก มีอาการปวดท้อง ปวดหลัง หรือ น้ำนมน้อย เป็นต้น
** วิธีรับประทาน ชงน้ำตาลทรายแดงธรรมดากับน้ำร้อน
หรือ อาจจะเติม ขิงสด เพิ่มฤทธิ์ อุ่น กระจาย หรือ ใส่พุทราจีน เพิ่ม ฤทธิ์อุ่น ระงับปวด
(เคยให้น้องหมอที่มาฝึกงาน และ คนไข้ที่ปวดปจดจนเดินไม่ได้ รับประทาน พร้อมกับฝังเข็มกดจุด หายชะงักนัก ปล จุดเป็นจุดลับนะคะ อิอิอิ จากนั้น ค่อยให้รับประทานยาจีนปรับสมดุล คนไข้ก็หายสบายใช้เวลาไม่นานนัก)
** ดังนั้น เวลาที่คุณผู้หญิง ใกล้จะมีประจำเดือนให้ คุณ ผู้ชาย รีบชงน้ำตาลทรายแดงใส่ขิง ให้ คุณผู้หญิงกินก่อนสัก สองสามวัน ถ้า คุณ ผู้หญิง ประจำเดือนมาดี มาสะดวก ไม่มีอาการ ปวด ประจำเดือน คุณ ผู้ชายก็จะปลอดภัย จากวันแดงเดือด ของ คุณ ผู้หญิงคะ
**สุดท้าย เคล็ดลับเด็ดๆของเพื่อนคนจีนอีกอย่างหนึ่ง เป็นเคล็ดลับสุดยอด ถ้าไม่สนิทจริงจะไม่ทราบคะ คือ เวลามีปจดเดือนจะไม่อาบน้ำสระผมคะ เพราะ เค้าเชื่อว่าจะนำความเย็นเข้าสู่ร่างกาย แต่เพื่อนคนจีน คงล้างหน้าแปรงฟันมาทำงาน... มั้งคะ มั้งคะ??? อยากรู้เหมือนกัน แต่ไม่กล้า ถามคะ ว่า วันนี้เธอมีปจดเดือน ล้างหน้ามาป่าว แต่ มิ้นท์ จะพยายาม อยู่ไกลๆ นิดหนึ่ง เวลาคุยด้วย คะ ฮ่าๆ ความลับนะคะ อย่า บอกใครต่อนะคะ เดี๋ยวเพื่อนคนจีนเลิกคบมิ้นท์
ขอบคุณ และ สวัสดีคะ
มิ้นท์

วันนี้ มี ผู้ป่วย ที่มีอาการซึมเศร้ารายหนึ่ง มาหามิ้นท์คะ

วันนี้ มี ผู้ป่วย ที่มีอาการซึมเศร้ารายหนึ่ง มาหามิ้นท์คะ
**ครั้งแรก มาร้องไห้น้ำตาพรั่งพรู บอกว่าไม่รู้ทำไม ควบคุมตัวเองไม่ได้ ที่บ้าน บอกว่า เค้าเป็นโรคซึมเศร้าให้ไปหาจิตแพทย์ นอนไม่หลับเดี๋ยวหลับเดี๋ยวตื่น ทานยานอนหลับ และทานยาฮอร์โมน
**ครั้งที่สองมาหา ทานยาไปได้ อาทิตย์ หนึ่งบอกว่า ตัวเองเป็นโรครูมาตอยด์ ทานยาแพนนิซิลินมาสองสามปีแล้ว แต่ที่บ้านบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็น เครียดมาไม่รู้ว่า ตัวเองเป็นโรคอะไร กันแน่ ปวดหลังมาก ทานยา ฮอร์โมน ปรับสมดุลอยู่ ไม่ร้องไห้แล้ว
** ครั้งที่ สาม พยายามหาคำตอบกับชีวิตว่า ทำไมถึงเป็นโรคนี้ได้ ทั้งๆที่ทำตัวปกติเหมือนคนทั่วไป นอนได้ยาวขึ้นแต่หลับๆตื่นๆ เหมือนเดิม ไม่เครียด แต่อยากกรีดร้อง
** ปัญหาอย่างเดียวที่สำคัญของ ผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับคือ ครอบครัว ไม่เข้าใจ บอกและย้ำอยู่เสมอว่า คุณเป็นโรคจิต เป็นโรคซึมเศร้า จริงๆแล้ว คนในครอบครัวควรเป็นกำลังใจให้กันคะ โรคอะไรที่เป็น ถ้าหาคำตอบไม่พบว่า เป็นโรคอะไร ขอแค่คิดอย่างเดียว ว่า ตอนนี้เป็น รักษา แล้วจะหาย อย่าไปคิดหาเหตุผลว่าทำไมเราเป็น เพราะอะไรทั้งๆที่ทำตัวปกติ มันไม่มีเหตุผลคะ ไปเช็คเลือดเจาะเลือดแล้ว ผลมันไม่ออกมาว่า เป็นรูมาตอยด์ ก็คือไม่เป็น ปวดหลัง ก็แค่ปวดหลัง เท่านั้นเอง
** กำลังใจ จากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญเพราะ ทั้งชีวิต ไม่ว่าจะคนรัก หรือ เพื่อน ก็ตาม ไม่เกี่ยวพันกันทางสายเลือด ไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่เล็กจนโต ผู้ป่วยไม่ได้ไว้วางใจ เหมือนคนในครอบครัว แต่ถ้าคนใน ครอบครัว ไม่ให้กำลังใจแล้ว และยิ่งตอกย้ำ จะยิ่งทำให้ แผล แน่น และ ฝั่งลึกลงไปในจิตใจอีก ขาดความกล้า เพราะมีตราประทับอยู่ว่า เราเป็นโรคจิต เป็นโรคซึมเศร้า ทำอะไรก็ผิดไปหมด
**มิ้นท์เกิดในครอบครัวคนจีนที่มีพี่ชาย และน้องสาว คนกลางมักไม่ได้รับความสำคัญ แต่มิ้นท์ คิดแค่ว่า ถ้าไม่มีใครเห็นความสำคัญ มิ้นท์จะเห็นความสำคัญของตัวเอง และให้ความรักกับทุกคนอย่างจริงใจ โดยไม่คิดว่า จะโดนทำร้ายแค่ไหน เพียงแค่มิ้นท์ มีความสุข และไม่เดือนร้อนใครก็พอ ตอนนี้ โตแล้ว แม้เป็นเด็กผู้หญิงต้องการกำลังใจจากคนเป็นเป็นแม่ แต่ตอนนี้มิ้นท์ไม่มี มิ้นท์ มั่นใจว่า พ่อของมิ้นท์ ทำหน้าที่ ให้ความรักมิ้นท์ ได้ อย่างดีที่สุด เพราะ พ่อ เป็นกำลังใจหนึ่งเดียวของมิ้นท์คะ ที่ไม่เคยว่า ไม่เคยโกรธไม่เคยตีเลยแม้แต่ปลายเล็บ สอบตกก็บอกว่า ไม่เห็นเป็นไรเลยเอาใหม่ ไม่เคยกดดันว่าลูกจะเป็นอย่างนี้อย่างนั้น ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนมิ้นท์ให้เป็นอย่างนี่เขาต้องการ พ่อรักมิ้นท์ในอย่างที่มิ้นท์เป็น ไม่เคยดูถูก ไม่เคยโกรธ สนับสนุนทุกเรื่องที่มิ้นท์ทำ และให้กำลังใจเสมอในยามที่ท้อแท้ แค่นี้เองคะ ที่ทำให้มิ้นท์เป็นมิ้นท์ ในทุกวันนี้
**กำลังใจสำคัญที่สุดคะ ไม่ว่า ยาจะดีเพียงใด แต่ ถ้า ยาใจคือ กำลังใจไม่มี ทานยาวันนี้ หาย ถึงวันหนึ่งก็ต้องกลับมาเป็นอีกอย่างง่ายดาย
บทความนี้ไม่ได้ เกี่ยวเนื่องและพาดผิงใครทั้งสิ้นนะคะ เพียงแค่อย่างให้เข้าใจและให้กำลังใจจากคนที่ มีอาการดังกล่าว นั้นเองนะคะ
**ขอบคุณโลกสีเทาๆที่ทำให้เรามาเจอกันคะ
วิธีการรักษา และ ปรับสมดุลโรคนอนไม่หลับ อยู่ในลิงค์ด้านล่างนี้นะคะ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=629513720445215&set=a.587582831304971.1073741826.575563759173545&type=1&theater

สิ่งที่ควรทานสำหรับ ผู้ป่วยเบาหวาน ภาค2

สิ่งที่ควรทานสำหรับ ผู้ป่วยเบาหวาน ภาค2
ในทุกๆ 8 วินาที จะมีคนเสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1คน
เบาหวาน ภาค1 ในลิงค์ข้างล่างนี้นะคะ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=649129475150306&set=a.587582831304971.1073741826.575563759173545&type=1&theater
ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทาน
**1.รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง สามารถส่งเสริมประสิทธิภาพเมตตาบอลิซึมของน้ำตาลในเลือดได้ เช่น ข้าวโพด ธัญพืช ผักกาดขาว ต้นหอม หรือ ผลิตภัณฑ์จากถั่ว เป็นต้น
**2.ผักผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย เช่น ต้นหอม บวบ หัวไช้เท้า ผักกวางตุ้ง ฝักทอง พริกหวาน มะเขือยาว มะเขือเทศเป็นผักที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเพราะมีน้ำตาลต่ำ และ มีปริมาณน้ำเยอะ สามารถรับประทานแทนผลไม้ได้
**3.รับประมาณอาหารที่มีแคลเซียมสูง จากงานวิจัย พบว่า ภาวะขาดแคลเซียมทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เช่น ปลาตัวเล็ก สาหร่าย น้ำมันงา นมวัว ถั่วเหลือง เป็นต้น
**4.รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุเซเลเนียมเป็นหลัก พบว่าธาตุเซเลเนียมมีอนุพันธ์และประสิทธิภาพคล้ายกับฮอร์โมนอินซูลิน แร่ธาตุเซเลเนียมพบมากในปลาทุกชนิด เห็ด งา กระเทียม เป็นต้น
**5.อาหารที่มี วิตามินBรวม และ วิตามิน C วิตามินทั้งสองมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างระบบประสาทและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย เช่น ปลาทุกชนิด นม ผักกาดขาว อาหารประเภทถั่ว ผักกวางตุ้ง พริกหวาน ผลพุทราสด เป็นต้น
**6.ฝักทอง มะระ หัวหอม เป็นต้น เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ คอแห้งดื่มน้ำบ่อย หิวบ่อย ปัสาวะบ่อย สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือด เหมาะที่จะรับประทานเป็นประจำสม่ำเสมอ
**อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหาร ใดๆ ก็ตาม ควรอยู่ในหลักสมดุล และ พอเหมาะ แค่นี้เอง ก็สามารถ ควบคุม และ ป้องกัน โรคเบาหวานได้เป็น อย่างดีนะคะ ขอให้ หัวใจทุกคนมีแต่ความหวาน กัน ถ้วนหน้านะคะ

โรคเบาหวานกับศาสตร์แพทย์จีน ภาค1

โรคเบาหวานกับศาสตร์แพทย์จีน ภาค1
https://www.facebook.com/DrMintTcm624
นำเสนอให้ กับ ท่านที่ไม่ได้มาฟังบรรยาย นะคะ 
โรคเบาหวาน 
**มี 6อย่างที่ทำได้ และ 3อย่างที่ไม่ควรทำ
คนที่เป็นเบาหวาน มักมีข้อสงสัย ตกลงอะไรที่ทานได้ และ อะไรที่ทานไม่ได้ ??
สิ่งที่ไม่ควรรับประทาน
1.อาหารหวานและน้ำตาล หรือ กินผลไม้มากเกินไป
2.ทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตแต่น้อย เช่น งดทาน มันฝรั่ง มันเทศ รากบัว เป็นต้น
3.เหล้า เบียร์ สุรา ยาดอง เป็นต้น
**สิ่งที่ควรรับประทาน
(1) รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง
อาหารที่มีเส้นใยสูง สามารถส่งเสริมประสิทธิภาพเมตตาบอลิซึมของน้ำตาลในเลือดได้
เช่น ข้าวโพด ธัญพืช ผักกาดขาว ต้นหอม หรือ ผลิตภัณฑ์จากถั่ว เป็นต้น
(2) ผักผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย
เช่น ต้นหอม บวบ หัวไช้เท้า ผักกวางตุ้ง ฝักทอง พริกหวาน มะเขือยาว เป็นต้น
มะเขือเทศ เป็นผักที่ดีที่สุด สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะ มีน้ำตาลต่ำ และ มีปริมาณน้ำเยอะ สามารถรับประทานแทนผลไม้ได้นะคะ
ติดตาม ภาค2 ของเบาหวานได้ ที่ เพจhttps://www.facebook.com/DrMintTcm624
นะคะ เหมือน หัวใจที่มีความหวานมากเกินไป จน ความหวานขึ้นตา ทำให้ มอง สิ่งรอบข้าง และความจริงไม่ชัดเจน ก็จะเกิด ผลเสียต่อ เราได้นะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุข กับวันจันทร์ต้นเดือนของเดือน แห่งความรักคะ รัก มิ้นท์

อุ่นหัวใจด้วยข้าวเหนียวดำ

ช่วงนี้อากาศกลับมาหนาวอีกครั้ง 
https://www.facebook.com/DrMintTcm624
**หน้าหนาว ทางแพทย์แผนจีน อธิบายไว้ว่า 
เป็นช่วงที่ มี หยินก่อโรคเยอะ นั้นก็คือ ลมเย็น นั้นเอง 
และยังได้กล่าวไว้ว่า ช่วงหน้าหนาว
**จำเป็นต้องบำรุง และ ป้องกัน ความเย็นและความชื้นก่อโรค ไม่ให้เข้ามากระทบภายในร่างกายเราได้
มิ้นท์จึงขอแนะนำ อาหารง่ายๆ ที่สามารถทำรับประทานในช่วงหน้าหนาวนี้ หาได้ง่ายราคาถูก และ สะดวกคะ
**ข้าวเหนียวดำใส่ถั่วแดง
(อาจจะคิดว่าคล้ายๆ ข้าวหลาม บ้านเรา แต่ไม่มี กะทิ และ น้ำตาล นะคะ หุงธรรมดาได้เลยคะ)
**ข้าวเหนียวดำ มีสรรพคุณในการ บำรุงรักษา พลัง ชี่ของไต และ เสริมสร้างพลัง ม้าม และปอด ที่มักจะโดน ความเย็นกระทบ ทำให ปวดท้อง ถ่ายเหลวได้ง่ายในช่วงหน้าหนาวนี้
**ถั่วแดง มีสรรพคุณในการขับความชื้น บำรุงหัวใจและม้าม เสริมสร้าง เส้นเอ็น และกระดูก ช่วยในเรื่อง ท้องอืดท้องเฟ้อ หลับสบาย เหลือดลมไหลเวียนดี แก้เหน็บชาได้คะ
**วิธีทำ หุงข้าวเหนียวดำแบบธรรมดา เพิ่มถั่วแดง ตอนจะรับประทาน เพิ่ม *งาดำ* เพื่อเสริมสรรพคุณในการบำรุงไตคะ
จึงเหมาะกับคนที่ร่างกายอ่อนแอ เมื่อ อากาศหนาว ความเย็นกระทบปอด จะไอได้ง่ายๆ หรือไอแห้งๆ หรือ มีเสมหะสีใสๆตลอดเวลา หรือมีอาการ ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเหลว มือเท้าเย็น ปัสสาวะบ่อย เป็นต้น
** ดังนั้น จากที่กล่าวมา ถ้าหน้าหนาว ไม่มีใครให้กอด ขาดความอบอุ่น สามารถทาน ข้าวเหนียวดำใส่ถั่วแดง เพื่อเพิ่ม ความอบอุ่นให้กับหัวใจ กันนะคะ 
มิ้นท์

กระเพาะปลา 鱼鳔

**เคย ไหมคะ ว่า เวลาป่วย จะได้ กินแต่กระเพาะปลา กระเพาะปลาน้ำแดง กระปลาผัดแห้งใส่ถั่วงอก ก็เป็นเมนูโปรดของมิ้นท์เหมือนกันคะ เพราะที่บ้านเป็นจีนแท้ๆ การรับประทานกระเพาะปลาจึงเป็นเรื่องธรรมดาคะ
**มีคนไข้หลายคนถามค่อนข้างบ่อยเหมือนกันคะว่า กินทำไม กินเพื่อ อะไร ราคามีตั้งแต่ถูกมากๆ จนถึง แพงมหาศาล ขั้นหลักแสน เลยนะคะ กระเพาะปลาปลอม มีเยอะแยะมากมาย ต้องดูดีๆนะคะ
**กระเพาะปลา 鱼鳔 จริงๆ ไม่ใช่มาจากส่วนของกระเพาะ จริงๆนะคะ บางคน อาจจะทราบอยู่แล้ว ว่ามาจากถุงลมของปลาที่ไหว้ใช้หายใจนั้นเองคะ
**กระเพาะปลาในศาสตร์ แพทย์แผนจีนนั้น มีรสหวาน มีฤทธิ์ อุ่น
** มีสรรพคุณในการ บำรุงไต เสริมสร้าง สารน้ำหยิน ให้ความชุ่มชื่นแก่กล้ามเนื้อแลเส้นเอ็น ขับอุดกลั้น ลดบวม และ หยุดเลือดได้ดีคะ **เหมาะ กับผู้หญิงหญิงหลังคลอดที่มี อาการ ปวดตามข้อได้ดีนะคะ คนที่ร่างกายอ่อนเพลียต้องการการบำรุง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายหนัก
** กระเพาะปลา อร่อย แต่ แสนแพง ก่อนจะ บริโภค อะไร มีสติกันสักนิดนะคะ บทความนี้เป็นการให้ความรู้ทางแพทย์แผนจีน และ จากประสบการณ์ ความรู้ส่วนตัว เท่านั้น นะคะ ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดคะ

ม้าน้ำ 海马

ม้าน้ำ
**การรับประทาน ม้าน้ำ นั้น มีชื่อเสียง และมีบันทึกยาวนาน ในตำรายาจีน นับเป็นพันพันปี แล้ว ว่า เป็น ยาโป๊ ยาบำรุงไต ยาอายุวัฒนะ ของจักรพรรคจีน จะเห็นได้ว่าในตามหนังละครโทรทัศน์ จักรพรรคจีน มีภรรยาที่ละมากๆ แล้วไม่เหนื่อยได้อย่างไร เป็นยาที่เทพมากๆ และ ราคามหาเศรษฐี จริงๆคะ
ม้าน้ำในตำราแพทย์จีนกล่าวว่า
**ม้าน้ำมีฤทธิ์ อุ่น ฤทธิ์หวาน สรรพคุณบำรุงไต เพิ่มสรรมถภาพทางเพศ เพิ่มความอุ่นและหมุนเวียนให้กับเลือดในเส้นลมปราณ ทำให้จิตใจสงบ สลายอุดกลั้นลดบวม บำรุงเส้นเอ็นทะลวงลมปราน หยุดอาการไอและ บำรุงปอด
**ใช้ในการรักษาผู้ที่มีอาการ ไตหยางพร่อง เพิ่มสรรภาพทางเพศ หลั่งเร็ว มดลูกเย็นมีบุตรยาก อวดเอวปวดเข่า ฉี่บ่อย หอบหืด
**แล้วคนที่ทานไม่ได้ ผู้หญิงตั้งครรภ์ ความดันสูง ผู้ที่มมีอาการหยางเยอะ คือ ร้อนใน คอแห้งปากแห้ง ผอมแห้ง ลิ้นแดงจัดเป็นต้น
ส่วนตัวมิ้นท์นะคะ ถ้าพี่พี่มีเงินก็ทานได้คะ แต่ในปัจจุบันนี้แพทย์จีนสมัยใหม่มีการ วิจัยมากมาย พบว่ามียาหรืออาหาร ชนิดอื่นที่มีสรรพคุณเท่ากัน อาจจะมีฤทธิ์น้อยกว่า ถูกกว่า แต่ สามารถใช้แทนกันได้คะ แต่ถ้าอยากจะใช้ ก็ไม่เป็นไรคะ ของเค้าดีจริงๆนะคะ แต่แพงนะคะ มีสติกันสักนิดนะคะ

ภาวะบวมขณะตั้งครรภ์

สวัสดีคะ หลังจากที่ห่างหายไป กลับมาอีกครั้งเพราะน้องพยาบาลคะ 
ช่วงนี้ น้องพยาบาลที่ท้อง อายุครรถ์ประมาณ30สัปดาห์ เมื่อไม่กี่วันนี้ได้ทำงานร่วมกัน น้องพยาบาล เท้าบวมจังเลยคะ เป็นอาการธรรมดานะคะ 
ไม่ต้องตกใจ ถ้ากดไม่บุ๋ม แต่ถ้ากดบุ๋ม ก็ต้องรีบไปโรงพยาบาลให้อยู่ในความควบคุมของแพทย์ที่เราฝากครรภ์ไว้นะคะ เพราะเป็นอาการเสี่ยงของ อาการครรภ์เป็นพิษได้นะคะ
วิธีที่ช่วยลดเท้าบวมได้ดีในขณะตั้งครรภ์ดังนี้
1. นอนตะแคงคะ นอนตะแคงซ้าย ดีที่สุด เพราะสามารถลด การกดทับเส้นเลือดดำ เวนาคาวาที่อยู่ด้านขวาของร่างกาย จึงจะช่วยลดการบวมได้นะคะ
2. เวลานอนพยายามให้ขาสูงกว่า หัวใจ
3. อย่านั่งหรือนอนหรือเดินเป็นเวลานานๆ ต้องขยับอย่างพอเหมาะนะคะ แต่ก็ไม่ใช่ไม่ขยับเลยนะคะ เน้นออกกำลังกายเบาๆคะ เช่น เดิน ว่ายน้ำเป็นต้น
4. ใส่รองเท้าที่สบายและพอเหมาะ ห้ามใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าที่รัดแน่นจนเกินไป จะทำให้เลือดหมุนเวียนไม่สะดวก อาการบวมจะยิ่งมาขึ้น
5. กินอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง ช่วยเพื่อการสร้างเลือด และสามารถลดอาการบวมได้เป็นอย่างดีคะ
6. ลดอาหารหวานจัดและอาหารเค็มจัด
7. ดื่มน้ำเยอะๆ6-8แก้วต่อวัน เพื่อลดการเก็บน้ำของร่างกาย
8. เพิ่มผักและผลไม้ ที่มีกากใยสูง จะมีผลในการลดบวมได้ เช่น หัวหอม ฝักทอง ฝักเขียว สับประรด ถั่วเขียว ลูกเดือย แอปเปิ้ล เป็นต้น
9. นวดกดจุดจาก ข้อเท้าด้านในให้ ค่อยๆนวดกดขึ้นไปถึงหัวเข่าด้านใน เป็นจุดที่ช่วยลดบวมและขับปัสสาวะได้เป็นอย่างดีคะ
ขอให้คุณแม่ทุกคนอดทนกันอีกนิดนะคะ มิ้นท์
PS รองเท้าดำคือเท้ามิ้นท์นะคะ รองเท้าขาวคือ เท้าของน้องพยาบาล เพื่อ มีคนสับสน มิ้นท์แค่อ้วนไม่ได้บวมนะคะ ^-^

เคล็ดลับ หน้าเด็กส่วนตัว

วันนี้แอบฟินนิดนิดคะ หลังจาก กลับมาจากพักผ่อน ปีใหม่ ไปตัดผมมาคะ ดูเด็กลงนิดหนึ่ง ครั้งหนึ่ง คนไข้บอกว่าหมอเหมือนอายุยี่สิบต้นๆ แต่ แล้ว วันนี้คนไข้เปิดประตูมาแล้ว ผงะ 2วิ งงว่า คนไหนคือหมอ เพราะวันนี้มีน้องหมอมาอยู่ด้วยคะ 
มิ้นท์ ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ แต่แอบเจ็บนิดๆว่าหน้าเด็กกับความเชื่อถือมันต้องมาคู่กันจริงๆ คราวหน้าจะเขียนหน้าย่นไว้ที่หน้าผากเลยคะ
วันนี้ จะมาบอกเคล็ดลับ หน้าเด็กส่วนตัว มาให้คะ
1. ยิ้มเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
2. ทานอาหารจำพวกธัญญพืช เช่น ซีเรียล งา อัลมอลล์ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ถั่วลันเตา เป็นต้น
3. ทานน้ำตลอดเวลา บ่อยๆ
4. นอนก่อน ห้าทุ่ม ตื่นแต่เช้า
5. ไม่เอาเรื่องเครียดมาหมักหมมใส่ตัว
6. ทานอาหาร สีดำ เช่น ถัวดำ เห็ดหูหนูดำ ดาร์กชอกโกเลต เป็นต้น
7. ไม่ทานดึกหลังหกโมงเย็น
8. ทานผักผลไม้อยู่เสมอ เน้น แครอทและบล็อกโคลี่
9. เคี้ยวอาหารช้าๆ
10.หาคนระบาย แล้วลืมให้หมด
11.รักทุกคนด้วยความจริงใจ
12. รับประทานอาหารเช้า
13. เวลาล้างหน้า กดจุดอยู่เสมอๆ
ลองนำไปใช้ดูนะคะ

โรคนอนไม่หลับ วิตกกังวล

โรคนอนไม่หลับ วิตกกังวล
ในยุคปัจจุบันนี้ สามารถพบได้ โดย ทั่วไป ไม่ว่าจะในเด็กหรือ ผู้ใหญ่ โดย เฉพาะ เด็กวัยรุ่น อายุ 18-25 ปี ใคร ว่าเด็ก ไม่มีความเครียด ส่วนมักจะได้ยิน ผู้ใหญ่ พูดว่า เด็กๆ จะเครียด อะไรนักหนา ขอบอกไว้เลยคะ เครียด เพราะ ผู้ใหญ่นั้นแหล่ะ คะ เกิดจากความไม่เข้าใจ ของ ผู้ใหญ่ที่ตัวเองอาจเครียดจากการงาน จากภาวะ เศรษฐกิจ โดยมีความเครียด สะสม และไปลงกับเด็ก โดยไม่รู้ตัวเอง ชอบเปรียบเทียบ ลูกตัวเอง กับลูกของคนอื่น ลูกต้องเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องเรียน อย่างนั้นอย่างนี้ พอทำไม่ดี ก็ โดนดุด่า แทนที่จะเป็น การให้ กำลังใจซึ่งกันและกัน ด็กจึงวิตกกังวล ว่าจะต้องทำให้ ดี ต้องเก่ง แล้วจะได้รับคำชม บางคนแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ก็จะเก็บตัวไม่กล้าออกไปสู้หน้าคน เพราะ รู้สึกว่าตัวเองแย่ ดังนั้น ช่วยกันให้กำลังใจซี่งกันและกันนะคะ
จริงๆแล้ว มิ้นท์ ไม่อยากให้ ผู้ป่วยที่เป็นโรค วิตกกังวล เรียกตัวเอง ว่าเป็นโรคประสาท มันไม่ถึงขนาดนั้น คะ แค่มันเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งที่สมองของเราสะดุด ทำให้คลื่นสมอง ทำงานไม่ปกติ เลือดลมไหลเวียนไม่ดี หลักง่ายๆ ถ้า เลือดลมไหลเวียนดี ประตูหัวใจของเราก็จะเปิดออกคะ เพราะฉะนั้น แล้ว บางครั้งเรานอนไม่หลับ แล้วเรียกเราว่า เป็นโรคประสาท มันรุนแรงมากนะคะ
วิธี ปรับสมดุล ง่ายๆเคล็ด เฉพาะตัวของ มิ้นท์ คือ
1. ชา กาแฟ กินไม่ได้แน่นอน อยู่แล้วนะคะ เน้นเป็น นม หรือ เครื่องดื่มผลไม้แทน
2. ก่อนนอนไม่ให้ดู โทรทัศน์ หนังดราม่า สะเทือนอารมณ์ ยิ่งทำให้นอนไม่หลับนะคะ ดังนั้น ก่อนนอนประมาณ 1-2ชม ไม่แนะนำดูโทรทัศน์ หรือ เล่นโทรศัพท์ มือถือนะคะ
**เลือกเป็น ฟังเพลง สวดมนต์ อ่านหนังสือ ดื่มนม อุ่นๆ และ เท้าแช่น้ำอุ่น จะได้ ผลดียิ่งขึ้นคะ
3. ห้ามออกกำลังกายหักโหม การออกกำลังกายหักโหม เป็น วิธีที่ผิด ถ้าคิดว่า ออกกำลังแล้วเหนื่อยจะได้หลับสบาย ผิดถนัดคะ เพราะ ยิ่งออกกำลังในตอนเย็นหักโหมแล้ว ร่างกาย ยิ่งถูกกระตุ้น ยิ่งทำให้นอนไม่หลับ
**แนะนำออกกำลังกายเบาๆ ตอนเช้า รับแดด อ่อนๆแทนนะ
4. กล้วยหอมคะ กล้วยมีสารเซราโทนิน มากมาย มีส่วนในการสร้าง สารแห่งความสุข หาง่าย และ อยู่ท้องคะ
5. เพิ่ม ชอกโกแลต ได้นิดหน่อยคะ
6. อาหารเย็นไม่ควรทานหนักเกินไปนะคะ เน้นเป็น ธัญญาพืช หรือ ข้าวกล้องได้นะคะ หรือทานให้เช้า ขึ้นมาหน่อย
ถ้า สุดท้ายแล้ววิธีที่ประเทศจีน นิยมมากที่สุดคือ ทานยาสมุนไพรจีน หรือ ฝังเข็ม ปรับสมดุล จากภายใน เป็นวิธีที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และยั่งยืนที่สุด คะ
และ มิ้นท์ไม่แนะนำให้ทานยานหลับโดยเด็ดขาด ยิ่งทานไม่ว่าจะ 1 เม็ด หรือ กี่เม็ดก็ตาม เอ็คเฟคที่ตามมามันมากมายเหลือเกินคะ ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆนะคะ
สุดท้าย อย่าพยายามเข้าใจคนอื่น เพราะ ไม่มีใครสามารถเข้าใจคนอื่นได้ แม้แต่ ตัวเราเอง ยังไม่เข้าใจตัวเราเองเลยคะ
แพนด้า จะได้ไม่ต้องมีเพื่อน เยอะนะคะ อิอิอิ

รู้อะไรไหมคะ เวลา คนไข้ มองหน้ามิ้นท์ แล้ว บอกว่า "ขอบคุณ"

รู้อะไรไหมคะ เวลา คนไข้ มองหน้ามิ้นท์ แล้ว บอกว่า "ขอบคุณ" 
เป็นสิ่งที่วิเศษสุด สำหรับมิ้นท์เหลือเกินจริงๆคะ ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เรามาเจอกันคะ ขอบคุณที่ทำให้ เราหากันจนเจอ 
คำคำนี้ ทำให้ มิ้นท์ มีกำลังใจสู้ต่อไปจริงๆคะ 
คืนนี้ ขอให้ คุณลุงซานต้า มอบ ของขวัญให้แก่ ทุกคนนะคะ
ไม่ว่าจะเป็นไม่สบายขอให้ หายป่วย ขอคุณลุงซานต้า มอบ เด็กน้อยๆ ที่โชคดี มาอยู่กับพ่อแม่ที่แสนดี ด้วยนะคะ ช่วยลงมาจุติ และสร้างความสุขให้แก่พวกเราด้วยเถิดนะคะ
***
เข้าเรื่องนะคะ มิ้นท์เข้าใจดี เพราะ ผป บางราย เลือกการรักษาทางแพทย์แผนจีนเป็นทางเลือกสุดท้าย ส่วนใหญ่จะผ่านการรักษา มาอย่างหนักหน่วง ความเครียดและ ความหวังที่หาย มักจะส่งมาที่ พจ อย่างเราเสมอๆ เรื่องมีอยู่ว่า
พี่ผช คนนั้น
โทรกลับมาหาหมอแล้วคะ สรุปไม่ได้เป็นมะเร็งนะคะ
โทรมาบอกว่า
ผปช: หมอ ผมจะกินยาหมอต่อ หมอ ต้องหายาดีที่สุดให้ ผมนะ
มิ้นท์: --" พี่คะ อย่ากดดันหมอคะ
ผปช: หมอต้องทำให้ผมหาย ผมเชื่อหมอ
มิ้นท์:พี่คะ
ผปช: เข้าใจนะหมอ ผมต้องหาย
มิ้นท์:เข้าใจคะ (เหงื่อ ตก)
ขอบคุณคะ จะพยายามอย่างเต็มที่...คะ --"
ขอบคุณที่เชื่อใจ หมอหน้าอ่อน อย่างมิ้นท์นะคะ
ขอบคุณทุกๆกำลังใจคะ
เมรี่คริสมาส ;-D

การทำ IUI หลายๆ ครั้งและไม่ติด เพราะ อะไร

การทำ IUI หลายๆ ครั้งและไม่ติด เพราะ อะไร
**การทำ IUI หลายครั้งแล้วไม่ติด 
มีหลากหลาย สาเหตุ มีทั้งตัว คุณผู้ชายเอง หรือ ตัว คุณผู้หญิง เองที่ไม่มีความพร้อม 
**มี ภาวะ ประจำเดือนไม่ปกติ ไข่ไม่โต หรือ ภาวะประจำเดือนมาน้อย ถ้าประจำเดือนมาน้อย ไข่ที่ดีที่ ผสมกับ อสุจิแล้ว จะ ไปเกาะที่ พนังมดลูก โดยมีที่อยู่คือ เยื่อบุโพรงมดลูก นั้นเอง
**สตรีที่มี ภาวะ ประจำเดือนมาน้อยจึง อาจหมายถึง เยื่อบุโพรงมดลูก ที่บาง เมื่อ เยื่อบุโพรงมดลูก ไม่หนาพอ ที่จะเป็นที่เกาะของ ไข่ที่ ผสม แล้ว จึง สามารถหลุด ออกมาได้ง่ายดาย
**และทำไม ผู้หญิงที่ทำ IUI มักจะมี อาการ ปวดหน่วง ที่ท้องน้อย โดยไม่เกี่ยวกับ รอบเดือน อาจจะเป็นก่อน หรือหลัง ช่วงตกไข่ มีตกขาวเยอะ ปวดหลัง อาการนี้ แสดงถึงว่ามีการอักเสบภายใน และจะยิ่งส่ง ผลกระทบต่อ การตกไข่ได้ อาจมีสาเหตุจาก อุปกรณ์ไม่สะอาด พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรง เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
**วิธีป้องกัน คือ รักษา ความสะอาด ไม่มีเพศสัมพันธ์ในระหว่างมีรอบเดือน ไม่ฉีดน้ำล้าง พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ รักษา สมดุลของอารมณ์ และ
**ทีย้ำเสมอๆคือ รับทาน อาหาร เย็น หวาน เผ็ด มัน จัด แต่น้อย หลีกเหลี่ยงได้จะดีที่สุดนะคะ
ลมหนาวพัดมาแล้ว ขอให้ทุกคนระวังลมหนาว ด้วยนะคะ